Men in Black International | หน่วยจารชนสากลพิทักษ์โลก (2019)

Men in Black International

Men in Black International | หน่วยจารชนสากลพิทักษ์โลก (2019)

เทสซา ลินน์ ธอมป์สัน (Tessa Lynne Thompson[1]; เกิด 3 ตุลาคม พ.ศ. 2526) [1] เป็นนักแสดง, โปรดิวเซอร์, นักร้อง และนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน เธอเริ่มอาชีพการแสดงกับบริษัท Los Angeles Women’s Shakespeare Company ขณะเรียนที่วิทยาลัยซานตาโมนิกา เธอปรากฏตัวในผลงานของ The Tempest และ Romeo and Juliet ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล NAACP Theatre Award ความก้าวหน้าของเธอมาพร้อมกับบทบาทนำในภาพยนตร์ดราม่าอิสระของ Tina Mabry เรื่อง Mississippi Damned (2009) และภาพยนตร์ดราม่าของ Tyler Perry เรื่อง For Colored Girls (2010) วันนี้เราก็เลยอยากแนะนำภาพยนตร์เรื่อง Men in Black International หน่วยจารชนสากลพิทักษ์โลก ที่เป็น หนังชนโรง ฟอร์มใหญ่เรื่องแรกที่เธอเป็นตัวหลัก

Men in Black International หน่วยจารชนสากลพิทักษ์โลก เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนว แอคชั่น Action ผลงานจากทาง Sony Pictures Releasing และ Columbia Pictures กำกับภาพยนตร์โดย F. Gary Gray นำแสดงโดย Chris Hemsworth , Tessa Thompson , Rebecca Ferguson , Kumail Nanjiani,  Rafe Spall , Laurent Bourgeois , Larry Bourgeois , Emma Thompson และ Liam Neeson

หน่วยจารชนสากลพิทักษ์โลก

ในปี 1996 บรู๊คลิน มอลลี่ ไรท์ เห็นพ่อแม่ของเธอถูกประสาทโดยเจ้าหน้าที่ของแมน อินแบล็ค ในขณะที่เธอช่วยให้เอเลี่ยนหนีออกมา ก่อนที่จะถูกประสาทตัวเอง โดยไม่มีผลอะไรเลย 23 ปีต่อมา มอลลี่ถูกปฏิเสธจากหน่วยงานรัฐบาล เพราะเธอ “หลอกลวง” เกี่ยวกับชีวิตของเอเลี่ยน มอลลี่ตามรอยการลงจอดของเอเลี่ยน และตามเจ้าหน้าที่ MIB ไปยังสำนักงานใหญ่ของพวกเขาที่นิวยอร์ค ถูกจับได้ว่าเข้ามาในหน่วย มอลลี่สร้างความประทับใจให้กับเจ้าหน้าที่โอ หลังจากเปิดเผยว่าเธอได้เลี่ยงระบบประสาท การค้นหามัน ทำให้เธอสมบูรณ์แบบสำหรับงาน และไม่มีชีวิตนอกจากการค้นหาของหน่วยงาน เธอได้รับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ภาคทัณฑ์ เป็น “เอเจนท์ เอ็ม” และได้รับมอบหมายให้สำนักงานสาขาในลอนดอนขององค์กร เอเจนท์เอช.เอ็ม.เอ็ม ได้รู้ว่า H.M. และ H.T ได้ต่อสู้กับการบุกรุกรังผึ้ง -เผ่าพันธุ์ปรสิตที่บุกรุกดาวโดยการรวมกับ DNA ของสายพันธุ์ที่พ่ายแพ้ – ที่หอไอเฟลในปี 2016 โดยใช้รูหนอนที่รวมอยู่ในการอพยพครั้งแรกไปยังโลกและยังรักษางานของเขาไว้ได้ เพราะมีไฮทีคอยปกปิดเขา

 M จัดเตรียมให้ตัวเองที่จะช่วย H ในการประชุมกับ Vungus the Ugly เพื่อนสนิทของเขาและเอเลี่ยนราชวงศ์ ระหว่างคืนที่ออกไปเที่ยวกับวุงกัส พวกเขาถูกฝาแฝดต่างดาวลึกลับ ที่สามารถแสดงออกเป็นพลังงานบริสุทธิ์ พวกเขาทำร้ายวุงกัสอย่างสาหัส ผู้ให้คริสตัลแปลกๆกับเอ็ม ก่อนที่เขาจะตายอ้างว่าเอชเปลี่ยนไปแล้ว ตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่พบกับพวกเขา และไม่สามารถไว้ใจได้ เอ็มชี้ว่ามีคนไม่กี่คนรู้ตำแหน่งของวุงกัส และเขาถูกทรยศโดยเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่อยู่ที่นี่ เมื่อไฮทีมอบหมายให้ H ปกป้องเขา ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของคนทรยศใน MiB ไฮท์ T กำหนดให้เจ้าหน้าที่ C และ M ทำการสืบสวน ในขณะที่ H ถูกลดตัวลงทำงานด้วยหลักฐานที่ชี้ว่าฝาแฝดมีร่องรอย DNA ของรังผึ้งH บังคับ M ให้ไปร่วมกับเขา ตามรอยที่มาร์ราเคช ที่ซึ่งพวกเขาได้ตัว “พาวนี่” ผู้รอดชีวิตสุดท้าย ของกลุ่มเอเลี่ยนกลุ่มเล็กๆ ที่ถูกฝาแฝดโจมตี เพวนนี่สัญญาว่าจะจงรักภักดีกับเอ็ม และพวกเขาถูกจับโดยเจ้าหน้าที่ MiB ที่ถูกประสานงานโดย C ผู้ซึ่งได้ภาพวิดีโอวีดีโอของวุงกัส ส่งคริสตัลให้เอ็ม และเชื่อว่าหล่อนเป็นคนทรยศ 

Men in Black International

หลังจากเราดู หนังชนโรงHD มาภาคนี้บอกเลยว่าผิดหวังไม่น้อย จากคนที่ดูมาตั้งแต่ภาคแรก เนื้อเรื่องค่อนข้างเส้นตรงไม่มีอะไรแปลกใหม่ บทอ่อนแบบน่าใจหายในหลายจุด เดาตัวร้ายได้ตั้งแต่ต้นเรื่องด้วยการหลอกล่อที่โจ่งแจ้งเกินไป การพบเจออุปสรรคต่างๆยังดูบังเอิญไม่สมเหตุเท่าไหร่ รวมถึงฉากไคลแมกซ์ที่ไร้พลัง แก้ปมง่ายๆไม่มีความน่าจดจำ กลายเป็นหนังโชว์ชุดดำเท่ๆ และเอเลี่ยนหลายสายพันธุ์เท่านั้นแต่ก็มีข้อดีตรงที่เนื้อเรื่องยังไหลไปได้เรื่อยๆ ไม่ได้รู้สึกว่าเบื่อหรือชวนง่วง ได้เห็นส่วนขยายของจักวาล MIB ที่นำเสนอได้น่าสนใจ มีเอเลี่ยนแปลกใหม่โผล่มาไม่ขาดสายวามฮาแทบจะแป๊กที่สุดในบรรดา MIB ทุกภาคที่ดูมา โทนหนังเริ่มเบนไปโหมดจริงจังกว่าทุกที แต่ละมุกเชยเหมือนหลุดมาจากยุค 90 พยายามเล่นแล้วเล่นอีกมุก 3 บาท 5 บาท เรียกร้องความสนใจให้คนขำ แต่มันฝืดมาก แต่รวมๆมันก็ไม่แย่มากเท่าที่ไร