Kingdom | ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด (2020) Season 2

Kingdom Season 2

Kingdom | ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด (2020) Season 2

ซีรีย์ Kingdom เป็นซีรีย์แนวการเมืองอิงประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ เป็นซีรีส์ที่มีแค่ 6 ตอนแต่สามารถมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้ชมต้องการได้ หลายคนบอกว่าเมื่อดูซีรีย์ หนังชนโรง เรื่องนี้แล้วจะให้ความรู้สึกเหมือนกับ Game of Thrones ในเวอร์ชั่นของ เกาหลีใต้ ด้วยภาพที่สวยงาม การออกแบบเครื่องแต่งกาย การสร้างโลกที่แปลกประหลาด การวางอุบายทางการเมืองไปจนถึงฉากแอ็คชั่นและการเดินทางผจญภัยกับอันตรายที่น่ากลัว ความสำเร็จของภาคแรกเรียกได้ว่าถล่มทลายเป้นปรากฏการณ์ จนเกิดภาคสองในชื่อ Kingdom ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด Season 2 จะเดือดจะน่ากลัวเท่าภาคแรกหรือไม่ต้องไปดูกัน

Kingdom  ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด Season 2  เป็น ซีรีย์ – เกาหลี แนว สยองขวัญ Horror ผลงานจากทาง AStory และ Netflix กำกับซีรี่ย์โดย Kim Seong-hun นำแสดงโดย Ju Ji-hoon , Ryu Seung-ryong , Bae Doo-na , Kim Sang-ho , Kim Sung-kyu , Kim Hye-jun , Jeon Seok-ho , Heo Joon-ho , Jung Suk-won , Kim Jong-soo , Ahn Eun-jin , Kwon Bum-taek , Kim Tae-hoon , Park Byung-eun และ Jun Ji-hyun

ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด

ในอดีต เมื่อ 3 ปีก่อน..  แม่ทัพใหญ่ อันฮยอน นำทหารสู้กับญี่ปุ่นที่มารุกราน ทหารเกาหลีล้มตายไปมากมาย ในขณะที่อันฮยอนรู้สึกสิ้นหวัง อัครมหาเสนาบดี โจ ฮัก จู ก็มาเสนอหนทางสู้กับกองทัพญี่ปุ่น ด้วยวิธีที่แสนสุดขั้ว..นั่นคือ ปลุกชีพคนตายให้เป็นซอมบี้ ออกไปสู้กับพวกญี่ปุ่น แต่เหล่าทหารที่ตายไปนาน สมองตายนาน และร่างกายเน่าเปื่อยไปแล้ว มิอาจคืนชีพได้  ต้องฆ่าพวกชาวบ้านที่ป่วยใกล้ตายที่อยู่ในค่ายมาทำซอมบี้โดยกรรมวิธีทำซอมบี้ ได้มาจากหมอหลวง อี ซึง ฮี โดยใช้สมุนไพรคืนชีพมาบด และฝังเข็มไปที่หน้าผากคนที่ตายแล้ว ภายในเวลา 2 ชั่วโมง ศพจะฟื้นขึ้นมาเป็นปีศาจที่กินเนื้อสดและเลือดคน อันฮยอน รู้สึกฝืนใจทำ แต่ก็ต้องจำใจทำ เพื่อช่วยชาติ กองกำลังของอันฮยอน ฆ่าชาวบ้านที่ป่วยเกลี้ยงทั้งค่าย หมออีฝังเข็มทำให้ศพชาวบ้านเหล่านั้นเป็นซอมบี้ และปล่อยไปโจมตีกองทัพญี่ปุ่นในช่วงกลางคืน จนกระทั่งญี่ปุ่นพ่ายแพ้ถอยทัพกลับ กองทัพเกาหลีจึงชนะกองทัพญี่ปุ่นด้วยซอมบี้ที่หมออีสร้าง หลังจากนั้น กองกำลังอันฮยอน ก็มาตัดคอและเผาซอมบี้ชาวบ้านเหล่านั้นตอนกลางวันสิ่งนี้เป็นตราบาปกับหัวใจอันฮยอนและหมออีเป็นอย่างมาก หมออี จึงออกจากตำแหน่งหมอหลวง และกลับไปสร้างโรงหมอชื่อ จียุนฮยอน ที่เมืองทงเร ส่วนทางแม่ทัพอันฮยอน ก็ล้างมือจากวงการเมืองหลวงเช่นกัน และย้ายกลับไปจวนตัวเองที่เมืองซังจู ไว้ทุกข์ให้กับเหล่าผู้ป่วยซอมบี้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา..

  ณ เวลา ปัจจุบัน..ที่ทางเข้าเมืองซังจู จากการที่องค์ชายชางคาดการณ์ผิด ซอมบี้นั้นฟื้นมาตอนกลางวันได้ เพราะปัจจัยการฟื้นคือความเย็น ไม่ใช่ความมืด และตอนนี้เมืองซังจูเข้าสู่หน้าหนาวแล้ว ชาวบ้านที่ถูกฝึกมา และกองกำลังส่วนนึงของท่านอาจารย์อันฮยอน จึงถูกซอมบี้โจมตีหนักที่นอกเมืองซังจูทุกคนที่ยังรอด ต้องหนีกลับเข้าเมืองซังจูทางลับใต้ดินโดยด่วน ซึ่งพวกซอมบี้เข้ามาในเขตชั้นในไม่ได้ เพราะมีปราการที่สูง และล้อมรอบไปด้วยน้ำ แต่คนในเมือง ก็ออกไปไม่ได้เช่นกัน องค์ชายชาง เริ่มสงสัยในตัวราชองครักษ์มูยอง ว่าเป็นสายให้อัครมหาเสนาบดีหรือไม่ ระหว่างที่ทั้งสองกำลังมีอารมณ์ตึงเครียด เสบียงอาหารในเขตชั้นในเมืองซังจู ที่มีเหลือเพียงน้อยนิด ก็โดนไฟไหม้โดยบังเอิญเข้าไปอีกองค์ชายชาง จึงคิดวิธีลัดที่จะจบปัญหาทุกอย่าง โดยการลอบไปที่ตั้งกองทัพของอัครมหาเสนาบดี โจ ฮัก จู  และสังหารซะ ซึ่งราชองครักษ์มูยอง, ยองชิน, อันฮยอน, และกองกำลังของอันฮยอนไม่กี่คน ก็ตามองค์ชายไปทำภารกิจปลิดชีพนี้ด้วย

Kingdom Season 2

หลังจากเราชมภาพยนตร์ หนังชนโรงHD เรื่องนี้ เนื้อเรื่องไม่ค่อยมีอะไรก็จริง แต่วิธีการเล่าเรื่องทำให้เดาทางหลายฉากยาก มีจุดหักเหให้ลุ้นเยอะ พยายามลากเนื้อเรื่องให้มีอะไรต่อ จนดูจงใจสร้างดราม่าไปหน่อย แฝงการจิกกัดประเด็นสังคมเกาหลีไว้พอสมควร เปิดช่องให้คนดูได้ตีความ วละครแสดงดีมาก ทั้งตัวเอก ตัวรอง ตัวร้าย แต่มิติของตัวละครกลับแบนกว่าภาค Production ดีเยี่ยม อลังการไม่แพ้พภาคแรกรวมๆ แล้วมันก็ไม่แย่นะแต่แค่ภาคแรกทำได้ดีกว่าเยอะเลย

Us | หลอน ลวง เรา (2019)

Us

Us | หลอน ลวง เรา (2019)

ช่วงนี้มีโควิดระบาดก็ต้องทำงานอยู่บ้านทุกวัน เรากก็เลยทำหากิจกรรมต่างๆ มาทำแก้เบื่อ เราก็ไปอ่านหนังสือที่พูดถึงปรากฏการณ์ลึกลับ ซึ่งมีเรื่องหนึ่งที่เราสนใจมากๆ ก็คือเรื่อง “ด็อพเพิลเก็งเงอร์ นิยามกว้างๆ ของด็อพเพิลเก็งเงอร์ กล่าวถึงปรากฏการณ์ที่มีการพบเห็นบุคคลหนึ่งผู้ในเวลาเดียวกันแต่ต่างสถานที่ ศัพท์นี้ได้ถูกนำมาใช้มากที่สุดกับกรณีของฝาแฝดผู้ชั่วร้าย ซึ่งปรากฏให้เห็นโดยทั่วไปในวรรณกรรมและภาพยนตร์แนวลึกลับต่างๆ โดยทั่วไปแล้วด็อพเพิลเก็งเงอร์ถูกถือเป็นสัญญาณแห่งความโชคร้าย ความเจ็บป่วยหรือภยันตรายจะเกิดขึ้นหากเพื่อนฝูงหรือเครือญาติได้พบเห็น ในขณะที่การพบเห็นด็อพเพิลเก็งเงอร์ของตนจะนำมาซึ่งความตาย ถึงกระนั้น รายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ที่ว่านี้นั้นไม่จำเป็นจะต้องเป็นไปในรูปแบบที่เฉพาะเจาะจงดังกล่าว เนื่องจากเรื่องราวและความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับคำนี้มีขอบเขตที่กว้างกว่านั้นมาก วันนี้เราก็เลยอยากแนะนำภาพยนตร์ หนังชนโรง เราดูแลเรานึกถึง ด็อพเพิลเก็งเงอร์ เลยกับภาพยนตร์เรื่อง Us หลอน ลวง เรา จะน่ากลัวจะหลอนขนาดไหนต้องลองไปรับชมกัน

Us  หลอน ลวง เรา เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนว สยองขวัญ Horror เปิดเรื่องเป็นฉากนางเอกวัยเด็กกำลังดูทีวี ซึ่งมีข่าวที่เกี่ยว “การจับมือรอบอเมริกา (Hands Across America)” ซึ่งเด็กในตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็นการแคมเปญหาเงินเพื่อคนไร้บ้านในปี 1986 ซึ่งแรกเริ่มตั้งเป้าไว้ว่าจะมีการร่วมกันจับมือระหว่างชาวอเมริกัน 50 ล้านคน แต่โปรเจคนี้ก็ทำไม่สำเร็จ เพราะมีคนเข้าร่วมเพียง 16 ล้านคน นั่นเป็นภาพจำสุดท้ายบนจอทีวีของนางเอกวัยเด็ก (ผู้กำกับมีการใส่สติ๊กเกอร์หลังรถเป็นรูปพ่อแม่และลูกๆที่จับมือกันสี่คนอีกด้วย) นางเอกในวัยเด็กคิดว่านั้นเป็นการแสดงออกถึงความเป็นพวกพ้อง

หลอน ลวง เรา

เมื่อ Adelaide ตัวจริง เดินเข้าไปในบ้านกระจก บังเอิญตรงกับจังหวะที่ไฟดับพอดี ทำให้ Adelaide ร่างเงารู้สึกถึงการมาเยือนของเธอ และสามารถขึ้นมาจากบันไดเลื่อนทางเชื่อมอุโมงค์และโลกข้างบน (ปกติเป็นบันไดเลื่อนแบบ one-way เลื่อนลงเท่านั้น ไม่สามารถขึ้นได้แต่เพราะไฟดับทำให้บันไดไม่ทำงาน) Adelaide ร่างจริงและร่างปลอมจึงได้เจอหน้ากันครั้งแรก  ตัวจริงได้ถูกร่างเงาของเธอสับเปลี่ยนตัว นางเอก(ตัวปลอม) วัยเด็กจึงออกมาสู่บนโลกข้างบน และได้เจอกับพ่อแม่ ในตอนแรกนั้น เธอ (ตัวปลอม) ไม่สามารถพูดได้ พ่อแม่คิดว่าเกิดจากอาการช็อคที่เดินหายไปจากพ่อแม่ จึงต้องหาทางรักษาโดยการวาดรูป ดนตรีและการเต้นบัลเล่ต์ตามที่หมอแนะนำ

 แต่จริงๆ แล้วร่างเงาไม่มีสามารถในด้านความคิดมากเท่าตัวจริง เราจะเห็นได้จากที่นางเอก พยายามดีดนิ้วสอนลูกให้เข้าจังหวะเพลง แต่ดูค่อมๆ จังหวะ และฉากที่เปรียบเทียบการเต้นบัลเล่ต์ นางเอก(ตัวจริง)ที่เต้นอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินสามารถเต้นได้งดงามกว่าตัวปลอมที่เต้นอยู่บนเวที 30 ปีผ่านไป นางเอกที่มีครอบครัวที่สมบูรณ์ได้กลับมาเยือนหาดซานตา ครูซอีกครั้ง เธอรู้สึกได้ทันทีว่า ‘พวกเขา’ จะต้องมาหาพวกเธอแน่ๆ ทั้งการลางบอกเหตุ Jeremiah 11:11 ทั้งการสัมผัสได้ถึงตัวเธออีกคนนึง สุดท้ายเรื่องราวจะจบลงยังไง และอะไรคือสาเหตุของเรื่องทั้งมหดต้องลองไปรับชมกัน

Us

หลังจากเราชมภาพยนตร์ หนังชนโรงHD เรื่องนี้ เราว่าอย่างแรกที่ตกยกนิ้วชมคือไอเดียแบบสิบกระโหลก ความอยากรู้อยากเห็นคูณสิบ บวกทีมนักแสดงคูณไปอีก ยอมรับว่าคาดหวังมากเพราะชอบ Get Out มาก พอดูเรื่อง Us จบทำให้แอบผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ผิดหวังอะไรมากมายแต่ก็ไม่แย่อะไรและถือว่าทำออกมาได้ดีในหลายๆ ด้าน ซึ่งเนื้อหายังคงเกิดคำถามหลังดูจบ มันก็มีบางส่วนที่ไม่ make senseในส่วนที่เฉลยปม จุดหักมุมต่างๆ ก็พอจะเดาออกไม่ลึกซึ้งหรือว้าวมากนัก ความสยองพอดีสยองจนเกิดไป ส่วนที่ชอบคือการการนำความตลกและสยองขวัญมาผสมผสานได้โอเคเบน ไม่สะดุ้งไม่หวีดอะไรมากมาย มีความน่าสนใจโดยเฉพาะการใส่ประเด็นเสียดสีสังคม ด้านเทคนิคภาพยนตร์อันนี้ดีมากๆ ทั้งงานภาพ CGI การตัดต่อ ดนตรีที่บิ๊วอารมณ์เราว่ามันโอเคมากๆเลย ทิศทางการกำกับหรือไดเรคชั่นของภาพกำกับดีมากๆ ต้องขอชม รวมๆ เราว่าก็อยู่ในเกณฑ์ที่สนุกอยู่ดี มันลุ้น มันน่ากลัว และมีตลกมาตัด ยังไงก็อยากแนะนำให้ทุกคนลองดูน่าจะชอบได้ไม่ยาก

Solo A Star Wars Story | ฮาน โซโล ตำนานสตาร์ วอร์ส (2018)

Solo A Star Wars Story

Solo A Star Wars Story | ฮาน โซโล ตำนานสตาร์ วอร์ส (2018)

ฮาน โซโล เป็นตัวละครสมมติในแฟรนไชส์ สตาร์ วอร์ส สร้างโดย จอร์จ ลูคัส ตัวละครปรากฏตัวครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง สตาร์ วอร์ส เมื่อปี ค.ศ. 1977 แสดงโดย แฮริสัน ฟอร์ด ต่อมาเขารับบทเดิมใน สตาร์ วอร์ส 2 (1980) และ สตาร์ วอร์ส 3: ชัยชนะของเจได (1983), อุบัติการณ์แห่งพลัง (2015) และบทนักแสดงรับเชิญสั้น ๆ ใน สตาร์ วอร์ส: กำเนิดใหม่สกายวอล์คเกอร์ (2019) ในภาพยนตร์ชุดแยก ฮาน โซโล: ตำนานสตาร์ วอร์ส (2018) อัลเดน เออเร็นริช แสดงเป็นตัวละครที่มีอายุน้อยกว่าตัวละครเป็นกัปตันของยานอวกาศ มิลเลนเนียม ฟอลคอน พร้อมกับนักบินผู้ช่วยชาววูกกีของเขา ชิวแบคคา ต่อมาได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธมิตรกบฏ ในสงครามต่อต้านจักรวรรดิกาแลกติกของพวกเขา เมื่อฮานพาเจได เบน เคโนบีและลูกศิษย์ของเขาลุค สกายวอร์คเกอร์ ไปยังอัลเดอราน นอกจากนี้ฮานยังได้มีความรักกับเลอา ออร์กานา และกลายเป็นพ่อของเบน โซโล ซึ่งต่อมาได้เข้าสู่ด้านมืดกลายเป็นไคโล เรน ผู้ชั่วร้ายสถาบันภาพยนตร์อเมริกัน จัดอันดับให้โซโลเป็นวีระบุรุษในภาพยนตร์ที่ดีที่สุดอันดับที่ 14 วันนี้เราเลยแนะนำ หนังชนโรง ภาคแยกของ ฮาน โซโล กับภาพยนตร์เรื่อง Solo A Star Wars Story  ฮาน โซโล ตำนานสตาร์ วอร์ส

Solo A Star Wars Story  ฮาน โซโล ตำนานสตาร์ วอร์ส เป็นภาพยนตร์แนว แฟนตาซี Fantasy ณ ดาวคอเรลเลีย ฮันใช้ชีวิตในฐานะคนจรและทำงานสกปรกอย่างการขโมยของเลี้ยงชีพให้ เลดี้ พร็อกซิม่า เจ้าของถิ่นจนวันหนึ่งที่เขาขโมยของแล้วกั๊กเอาพลังงานสกัด หรือที่เรียกว่า โคแอกซียม ไว้กับตัว แต่เนื่องจากพร็อกซิม่าถือว่าทำงานผิดพลาดจึงทำให้เขากับ คีร่า สาวผู้กุมใจฮันโดนไล่ล่าฮันกับคีร่าหนีการตามล่าพ้นถึงสถานีอวกาศ และเอาโคแอกซียมไปยัดใต้โต๊ะให้คนคุมด่าน แต่มีแค่ฮันที่หลุดไปได้ ส่วนคีร่าโดนคนของพร็อกซิม่าจับตัวกลับไปฮันหาทางเอาตัวรอด ลั่นวาจาว่าจะกลับมาช่วยคีร่า เขาเลยตัดสินใจสมัครเป็นทหารของจักรวรรดิ แต่เมื่อถูกถามว่าตัวของเขานั้น “สกุลอะไร” 

ฮาน โซโล ตำนานสตาร์ วอร์ส

ฮันไม่มีคำตอบ เพราะตัวคนเดียวมาตลอด นายทหารที่ลงทะเบียน เลยลงชื่อเป็น ฮัน โซโล ที่สะท้อนความตัวคนเดียวนั่นเอง เวลาผ่านไปสามปี ฮัน โซโล ถูกส่งไปเป็นทหารราบ เพราะโดนไล่ออกจากโรงเรียนการบิน และได้พบกับ โทไบแอส เบกเคตต์, วาล และริโอ ดูแรนต์ ที่ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นทหาร แต่ความจริงเป็นกองโจรปลอมตัวมาตอนแรกฮันพยายามจะขอเข้าร่วมกองโจรด้วย แต่กลายเป็นว่าเจอเบกเคตต์ย้อนรอยด้วยการแจ้งว่า ฮันพยายามหนีทหาร และนั่นทำให้ฮันถูกลงโทษด้วยการส่งไปหาสัตว์ประหลาดยักษ์ขนยาวที่ถูกขังไว้ในคุกโคลนสรุปแล้วสัตว์ประหลาดดังกล่าวคือชาววูกี้ ซึ่งบังเอิญฮันพูดภาษานั้นได้นิดหน่อย

 ทั้งสองคนเลยร่วมกันแหกคุกแบบทุลักทุเลเบาๆ และนั่นคือครั้งแรกที่ฮันกับชิวแบคคาทำงานร่วมกันการรอดชีวิตจากการปะทะกับวูกี้ทำให้กองโจรของเบกเคตต์ยอมรับความเก๋าของฮัน และรับเข้าทีมมาช่วยงานฮันเข้าร่วมแผนปล้นรถไฟขนของ ก่อนที่จะได้รับปืนประจำตัวมาจากเบกเคตต์ แผนการปล้นผ่านไปด้วยดีพอสมควร จนกระทั่งกองโจรคู่ปรับของเบกเคตต์ปรากฎตัว ทำให้ฮัน, ชิววี่ และเบคเก็ต ต้องรับมือกับกองโจรคู่ปรับ ริโอที่เป็นคนขับยานโดนยิง ฮันจึงตัดสินใจขับยานแทน ส่วนวาลนั้นโดนดรอยด์ไล่ล่าล้อมกรอบจึงยอมกดระเบิดสละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยงานของชายคนรัก และแผนการขโมยก็ล้มเหลวเพราะการแยกของไปมาทำให้ระเบิด สุดท้ายฮานจะทำภารกิจสำเร็จหรือไม่ต้องรับชม

Solo A Star Wars Story

2 ชั่วโมง 15 นาทีของ หนังชนโรงHD  เต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่นที่หลั่งไหลมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งฉากใหญ่ฉากเล็ก ที่น่าประทับใจสุดก็เป็นฉากฮานและแก๊งเบ็คเก็ตบุกปล้นขบวนรถไฟบรรทุกโคแอ็กเซี่ยม เป็นฉากแอ็คชั่นที่ยาวนานและลุ้นระทึกมาก และอีกฉากใหญ่ก็คือ “เคสเซิลรัน” อีกวีรกรรมที่กลายเป็นตำนานเล่าขานของฮาน โซโล เมื่อเขาขับมิลเลนเนียม ฟอลคอน หนีออกจากดาวเคสเซิลด้วยความเร็วกว่า 12 พาร์เซ็ค ที่ไม่เคยมีใครทำได้ และยังคงถ่ายทอดบุคลิกอันโดดเด่นของการเป็นคนกะล่อน เจ้าเล่ห์ มีไหวพริบในการเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ของฮาน ได้อย่างชัดเจน และด้วยความเจ้าเล่ห์ของฮานนี่ล่ะ ที่นำมาใช้เป็นมุกเด็ดในฉากไคลแมกซ์ได้น่าชื่นชม ถือว่าจุดที่ดีในบทเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ แต่บทภาพยนตร์ดับเบาและไม่ค่อยสนุกแต่ก็ไม่แย่มากด้านเทคนิคภาพยนตร์ก็โดนเด่นในแง่ CGI งานภาพงานซาวด์ เป็นอีกภาพยนตร์ในจักรวาลนี้ที่ไม่ควรพลาด

Good Kids | เรียนจบแล้ว ขอเป็นตัวเองสักครั้ง (2016)

Good Kids

Good Kids | เรียนจบแล้ว ขอเป็นตัวเองสักครั้ง (2016)

ในวันว่างๆ ผมจึงถือโอกาสเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำ หาขนมนิดหน่อยมาติดไว้ในห้อง แล้วก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มๆ พร้อมเปิด หนังชนโรง บันเทิงซักเรื่องดู ผมบังเอิญไปเจอหนังเรื่องหนึ่งชื่อว่า Good Kids ซึ่งเห็นโปสเตอร์แล้วรู้สึกว่ามันน่าจะเข้ากับอารมณ์สบาย ๆ ในวันพักผ่อนแบบนี้ เลยตัดสินใจกดเข้าไปดู และพบว่ามันเป็นหนังวัยรุ่นสนุกสนานที่เติมเต็มวันพักผ่อนของผมมาก ๆ เลยครับ

Good Kids เรียนจบแล้ว ขอเป็นตัวเองสักครั้ง เป็น หนังตลก Comedy ที่ว่าด้วยแก๊งเพื่อนแก๊งหนึ่งที่มีกันอยู่ 4 คน ได้แก่ แอนดี้ โนร่า ไมค์ ไลอ้อน และสไปซ์ ซึ่งแก๊งนี้เนี่ยก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อายุยังเป็นเลขหลักเดียว จนตอนนี้ทั้งหมดเรียนจบมัธยมปลายกันแล้ว แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ค้างคา คือตลอดช่วงชีวิตวัยรุ่นของพวกเขานั้นเป็นเด็กดีตามขนมาตลอด ไม่เที่ยวเล่น ไม่ปาร์ตี้ ไม่ดื่ม เรียนเก่ง อ่านหนังสือ เรียกว่าเป็นชาวเนิร์ดนั่นเอง พอพวกเขาเรียนจบเลยรู้สึกว่าอยากลองทำอะไรที่ไม่เคยทำมาเลยบ้าง เป็นการปลดตัวเองออกจาก safe zone ลองเป็นเด็กวัยรุ่นทั่วไปเหมือนที่เพื่อนในชั้นคนอื่นเป็น ไปเที่ยวนอกบ้านบ้าง ปาร์ตี้บ้าง เกเรบ้างตามประสา ซึ่งแต่ละคนก็มีเป้าหมายที่อยากลองแตกต่างกันไป แต่อยากบอกไว้ก่อนว่าหนังเรื่องนี้เนี่ย ได้ผู้อำนวยการสร้างเป็น Chris Weitz และ Paul Weitz 2 พี่น้องผู้กำกับของหนังวัยรุ่นอมตะอย่าง American Pie ภาคแรกมานั่งควบคุมการผลิตให้เชียวนะ แถมพอภาคถัด ๆ มา พี่น้องคู่นี้ก็ขยับไปนั่งควบคุมการผลิต แล้วให้ผู้กำกับหน้าใหม่ ๆ มาทำหน้าที่แทนโดยที่ตัวเองนั่งไกด์ทางให้อยู่นั่นเอง หนังเรื่อง Good Kids มันเลยจะมีกลิ่นอายความคล้าย American Pie อยู่พอสมควร ซึ่งก็คือเรื่องราวมันตั้งต้นจากช่วงการเรียนจบของกลุ่มเพื่อนที่อยากลองทำอะไรบางอย่างเหมือนกันไงล่ะ 

เรียนจบแล้ว ขอเป็นตัวเองสักครั้ง

เป้าหมายของการอยากลองทำอะไรซักอย่างของชาวแก๊ง 4 คนนี้ก็ได้แก่ แอนดี้ตัวหลักและสไปซ์มีเป้าหมายเดียวกันคือการได้มีอะไรกับผู้หญิง ไลอ้อนนั้นอยากลองเล่นยา ส่วนโนร่า ผู้หญิงเพียงคนเดียวในแก๊ง เธออยากลองมีแฟนดูซักครั้ง แล้วภารกิจในช่วงจบม.ปลายของทั้ง 4 ก็เริ่มต้นขึ้น แอนดี้ที่เล่นเทนนิสและรับสอนเทนนิสให้คนในระแวกนั้นจู่ ๆ ก็เกิดฮอตขึ้นมา มีสาวใหญ่มาขอให้ไปสอนเทนนิสแบบตัวต่อตัวที่บ้าน ซึ่งแน่นอนว่าเขาไป มันก็เกิดเรื่องราวทำให้ภารกิจของแอนดี้สำเร็จไปอย่างง่ายได้ แถมเขายังได้เงินค่าเสียเวลาอีกด้วย วันหนึ่งที่ชาวแก๊งนี้ลองพากันไปปาร์ตี้ของเพื่อนในชั้นเรียน โนร่าได้เจอผู้ชายคนหนึ่งในงาน และทั้งคู่ก็คุยกันถูกคคอจนเหมือนจะได้สานต่อความสัมพันธ์กันด้วย หลังจากนั้นแอนดี้ก็ยังรับงานสอนเทนนิสตัวต่อตัวให้สาวใหญ่ในระแวกนั้นจนเขามีเงินเก็บอยู่เรื่อย ๆ และโนร่ากับแฟนหนุ่มก็ดูจะพัฒนาความสัมพันธ์กันไปได้อย่างดี

ในอีกปาร์ตี้หลังจากนั้น จู่ ๆ แอนดี้ก็เกิดหลุดแสดงอารมณ์ไม่พอใจที่โนร่ากับแฟนหนุ่มจู๋จี๋กันเหลือเกิน จนโนร่าต้องเรียกไปคุยส่วนตัว ในที่สุดแอนดี้ก็เผยออกมาว่าเขาแอบชอบแอบรู้สึกดีกับโนร่ามาตลอด จึงไม่แปลกที่พอเห็นอย่างนั้นเขาเลยจะไม่พอใจขึ้นมา แต่พอมันมาถึงตอนนี้แล้วก็ทำอะไรไม่ได้ พวกเขาเลยตัดสินใจจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก หลังจากนั้นโนร่าก็ดันไปได้ยินแฟนหนุ่มที่กำลังคุยกับหญิงอื่น จึงเข้าใจว่าเขาไม่ได้จริงจังกับเธอ แถมแอนดี้ก็ดันติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และต้องไปรับการรักษาขึ้นมา ซ้ำร้ายสามีของเหล่าสาวใหญ่ก็เริ่มรู้แล้วว่าใครที่แอบไปมีอะไรกับภรรยาของตัวเอง หลังจากนั้นชาวแก๊งก็ได้ไปปาร์ตี้ของเพื่อนในชั้นเรียนอีกครั้ง ครั้งนั้นเองที่เหล่าสามีของสาวใหญ่ที่แอนดี้เคยไปฟัน ได้รวมตัวกันตามมาเอาคืน แต่ก็โชคดีที่ไลอ้อนนั้นเป็นคนที่เรียนวิชาศิลปะการป้องกันตัว เขาเลยช่วยเพื่อนและจัดการเหล่าสามีเหล่านั้นไว้ได้ และในปาร์ตี้นั้นเองที่ไลอ้อนก็ได้ลองใช้ยาตามภารกิจของเขา หลังจากนั้นชีวิตมหาลัยก็เริ่มขึ้น ทุกคนต่างแยกไปเรียนมหาลัยตามที่ตัวเองได้เลือกทางเดินไป

Good Kids

พอเราดู หนังชนโรงHD เรื่องนี้ที่จบก็ ถือว่าค่อนข้างมีบทและเรื่องเล่าที่อ่อนพอสมควร บทมีช่องโหว่หลายอย่าง และตัวเรื่องก็คาดเดาได้ง่ายแถมบางทีก็ไม่สมเหตุผลนัก แต่ถ้าจะมองว่าเปิดไว้ดูฆ่าเวลาในวันหยุดให้พอได้ขำได้หัวเราะบ้างเล็กน้อยก็ถือว่าโอเคนะครับ หนังมอบความ feel good ให้ตลอดทั้งเรื่องรวมถึงข้อคิดในการโตเป็นวัยรุ่นบทภาพยนตร์อาจจะไม่แข็งมากที่การที่นักแสดงเล่นดีมากๆนั้นช่วยไว้ได้เยอะมาก ทางด้านเทคนิคภาพยนตร์เรียกได้ว่าถ่ายทำมาอย่างสวยงามทั้งการออกแบบเฟรมได้น่าสนใจถ้าไม่ติดอะไรมากเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าดูฆ่าเวลาทำสิ่งต่างๆ

Jack Reacher 2 Never Go Back | ยอดคนสืบระห่ำ ภาค 2 (2016)

Jack Reacher 2 Never Go Back

Jack Reacher 2 Never Go Back | ยอดคนสืบระห่ำ ภาค 2 (2016)

นักแสดงชายสัญชาติอเมริกันวัย 55 ปี ที่อยู่ในวงการฮอลลีวู้ดมาตั้งแต่ยุค 80s และยังได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย 30 กว่าปีในวงการ ครุยส์ มีผลงานแสดงมาแล้วถึง 43 เรื่อง มีหนังรอฉายอีก 3 เรื่อง รายได้หนังรวมทุกเรื่องของเขา กวาดเงินค่าตั๋วคนดูทั่วโลกไปแล้ว 6,302 ล้านเหรียญ ถ้าเฉลี่ยออกมาต่อเรื่องคือ 166 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นข้อยืนยันอย่างดีว่าพลังใน หนังชนโรง ความเป็นดาราแม่เหล็กดึงคนดูยังทำงานได้ดีตัวเลขรายได้หนังของเขาคือตรารับประกันว่าหนังที่มีชื่อ ทอม ครุยส์ แปะบนโปสเตอร์จะทำกำไรให้สตูดิโอได้แน่นอน ปี 2017 ค่าตัวของ ครุยส์ ถึงเขยิบขึ้นไปถึง 43 ล้านเหรียญต่อเรื่อง หากพูดถึงภาพยนตร์ที่น่าจดจำของเขาก็ต้องเรื่อง Jack Reacher 2 Never Go Back ยอดคนสืบระห่ำ ภาค 2

Jack Reacher 2 Never Go Back ยอดคนสืบระห่ำ ภาค 2 เป็นภาพยนตร์แนว แอคชั่น Action หลังจากที่จับกุมเครือข่ายค้ามนุษย์บนแผ่นดินของกองทัพสหรัฐฯ นักล่องเรือและอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร แจ็ค รีเชอ กลับไปที่สำนักงานใหญ่เก่าของเขา เพื่อพบกับผู้พันซูซาน เทอร์เนอร์ ผู้ที่เคยเป็นผู้บัญชาการของเขา ซึ่งเขาทำงานด้วยทางโทรศัพท์ระหว่างการเดินทางของเขา เขาได้ข่าวจากผู้พันแซม มอร์แกน ว่าเทอร์เนอร์ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สืบสืบคดี และถูกกักตัวไว้ทนายของเทอร์เนอร์ ผู้พันมัวร์ครอฟท์ เปิดเผยว่าหลักฐานบางอย่าง แสดงว่าเทอร์เนอร์เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม ทหารสองคนในอัฟกานิสถาน แต่รีเชอเชื่อว่าเธอกำลังถูกใส่ร้าย

ยอดคนสืบระห่ำ ภาค 2

 มอร์ครอฟท์ยังเปิดเผยว่า ผู้ที่รู้จักเก่าของ รีเชอ แคนดิซ ดัตตัน ได้ฟ้องร้องขอพ่อของเขา บอกว่าเขาเป็นพ่อแท้ๆ ของลูกสาวอายุ 15 ปีของเธอ ซาแมนต้า รีเชอพยายามติดต่อกับซาแมนต้า แต่เธอปฏิเสธเขามอร์ครอฟถูกฆ่าโดยอดีตผู้ดำเนินการของ SOCOM ที่กลายเป็นทหารรับจ้างที่รู้จักกันในนามนักล่า และใส่ร้ายรีเชอในคดีฆาตกรรม รีเชอถูกจับและถูกส่งไปอยู่ในคุก ที่เทอร์เนอร์ถูกกักตัวไว้ เมื่อมือสังหารสองคนมาถึง รีเชอจะกำจัดพวกมัน แล้วหนีไปกับเทอร์เนอร์ พวกเขาไปที่บ้านของมอร์แกน หลังจากที่เขาสรุปว่าเขาเกี่ยวข้องกับแผนการ และดึงข้อมูลออกมา นักล่าถูกเปิดเผยว่าทำงานกับมอร์แกน หลังจากนั้นก็ฆ่ามอร์แกน และจับกุมรีเชออีกครั้งรีเชอและเทอร์เนอร์ เปิดโปงรูปของซาแมนต้า และคาดว่าเธอตกอยู่ในอันตราย กำลังมาที่บ้านของเธอ เพื่อหาพ่อแม่อุปถัมภ์ของเธอตาย และซาแมนต้าซ่อนตัว สามคนเดินทางไปยังโรงเรียนเอกชนเก่าของเทอร์เนอร์เพื่อการป้องกัน 

แต่พบว่าซาแมนต้ามีโทรศัพท์มือถือของเธอ ซึ่งศัตรูน่าจะตามรอยได้ พวกเขาออกอย่างรวดเร็ว ระหว่างนั้น ซาแมนต้าขโมยบัตรเครดิตจากนักเรียนคนหนึ่งสามคนเดินทางไปนิวออร์ลีน เพื่อค้นหาแดเนียล พรูดอมม์ เป็นพยานคนเดียว ที่เห็นเหตุการณ์ฆาตกรรม ที่เทอร์เนอร์ถูกใส่ร้าย ระหว่างทาง รีเชอยอมรับว่า ซาแมนต้า อาจจะเป็นพ่อของเธอ รีเชอและเทอร์เนอร์พบพรูดอมม์ ในโกดังร้างเต็มไปด้วยพวกติดยา และรู้ว่าพรูดอมม์เกี่ยวข้องกับ พาราซอร์ท เป็นองค์กรทหารเอกชน ที่พยายามปกปิดการฆาตกรรม

Jack Reacher 2 Never Go Back

หลังจากเราชมภาพยนตร์เรื่องนี้จบ หนังชนโรงHD เราไม่ชอบภาคนี้เลย ภาคนี้จึงเปลี่ยนโทนจากหนังแนวสืบสวนสอบสวนแบบภาคแรก กลายเป็นหนังแอ็คชั่นสะสางปัญหาครอบครัวที่เต็มไปด้วยบทสนทนายืดยาดน่ารำคาญ และฉากแอ็คชั่นที่แสนธรรมดาซึ่งผู้ชมคงได้ผ่านตาจากบรรดาหนังแอ็คชั่นฟอร์มกลางมาแล้วไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่อง และนั่นก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้  Jack Reacher – Never Go Back ไม่ได้มีอะไรน่าจดจำ  การแสดงของทอม ครูซอาจจะเป็นส่วนที่ดีที่สุดของเรื่อง แต่นั่นก็ยังไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ดีพอ เพราะการแสดงแบบนี้ก็เป็นภาพจำของทอม ครูซมาแล้วไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่อง อีกทั้งเรายังไม่สามารถสลัดภาพอีธาน ฮันท์จาก Mission Impossible ได้ซักเท่าไหร่ ทำให้ภาพตัวละครระหว่างแจ็ค รีชเชอร์และอีธาน ฮันท์เกิดการซ้อนทับกันจนเกือบจะแยกไม่ออกเสียแล้วด้วยซ้ำไป น่าเสียดายที่หนังภาคแรกของ Jack Reacher ปูทางเอาไว้ได้น่าสนใจ แต่ด้วยระยะเวลาที่ทิ้งห่างจากภาคแรก ประกอบกับหนังภาคนี้ที่ไม่ได้ดิบดีหรือน่าจดจำ

Ong Bak 3 | องค์บาก 3 (2010)

Ong Bak 3

Ong Bak 3 | องค์บาก 3 (2010)

ใครๆก็ชอบหนังแอคชั่น แม้จะไม่ใช่หนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่ ที่มีพลังวิเศษ  ไม่ใช่หนังแฟนตาซีที่มีเวทมนต์เหนือมนุษย์  ไม่ใช่หนังไซไฟ มีปีศาจ สัตว์ประหลาด มนุษย์ต่างดาว  รวมถึงไม่ใช่หนังคาวบอยที่จะมาดวลปืนกันด้วยความเท่  และสุดท้ายไม่ได้เป็นหนังประวัติศาสตร์ที่สร้างมาจากเรื่องจริงหลายร้อยปีแต่หนังแอคชั่นที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ หนังชนโรง คือ หนังต่อสู้ที่มีฉากบู๊สมจริง  ไม่ว่าจะเป็นหนังสายลับสุดเท่ที่มีเทคนิคการต่อสู้ขั้นสูง  หนังทหารสู้กันอย่างมีชั้นเชิงของไทย อย่างเรื่อง Ong Bak 3  องค์บาก 3 

Ong Bak 3 องค์บาก 3 เป็นภาพยนตร์แนว แอคชั่น Action หลังจากพ่ายแพ้แก่ “ภูติสางกา” สูญเสียทั้ง 2 บิดา “ออกญาสีหเดโช” และ “เชอนัง” รวมทั้งบรรดาพี่น้องแห่งชุมโจรผาปีกครุฑ ทุกศาสตร์ยุทธ์ที่ถูกบ่มเพาะฝึกฝนมาทั้งชีวิตของ “เทียน” ล้วนถูกทำลายย่อยยับจนหมดสิ้น ต้องโทษฑัณฑ์ถูกทรมานพิการเจียนตาย เหลือเพียงแค่ลมหายใจอันรวยริน ฤาชีวิตทั้งมวลล้วนจบสิ้นลงดั่งคำทำนายเมื่อครั้งถือกำเนิด ยามใดจับต้องศาสตราชีวิตจักมืดมนต้องโทษทุกข์แสนสาหัสท่ามกลางบ่วงกรรมที่ยังคงวนเวียนต่อไป บัดนี้ร่างที่ไร้ชีวิตของบุรุษนักสู้ผู้เป็นตำนานได้รับความช่วยเหลือถูกลำเลียงขนย้ายส่งต่อไปยังหมู่บ้านอโรคยา ที่ในอดีตเทียนและ “พิม” เคยใช้ชีวิตเติบโตเรียนรู้เรื่องสมุนไพรใบยาบ่มเพาะสมาธิ ซึมซับวิชาโขนนาฏศิลป์ 

องค์บาก 3

โดยมีเหล่าผู้คนในหมู่บ้านทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็กผู้เฒ่าผู้แก่ หรือกระทั่งคนบ้าที่ไร้สติแต่ไม่เคยมีพิษภัยกับใครอย่าง “ไอ้เหม็น” ก็ต่างมาร่วมกันหลอมจิตศรัทธารวมเป็นหนึ่งช่วยกันหล่อพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ขึ้นเพื่อส่งจิตระลึกให้เทียนฟื้นคืนสติกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ขณะที่พิมเองได้นำเอาท่วงท่าการร่ายรำดัดตัวตามรูปแบบของนาฏศิลป์โขนโบราณมาช่วยในการรักษาบำบัดร่างกายที่เสื่อมสลาย โดยมี “ครูบัว” ที่ปัจจุบันกลายเป็น “พระบัว” เปิดทางให้เทียนได้เริ่มต้นเข้าสู่สมาธิเพื่อฝึกควบคุมร่างกาย กล่อมเกลาสภาวะจิตให้นิ่ง เรียนรู้ และต่อสู้กับด้านมืดในใจเพื่อบรรลุถึงจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ที่หลับใหลหลอมหลวมเข้ากับ “พลังศรัทธาอันแรงกล้า” จากธาตุธรรมชาติทั้ง4 “ดิน น้ำ ลม ไฟ” ผสมผสานจนก่อเกิดการค้นพบ “นาฏยุทธ์” ศาสตร์และศิลปะการต่อสู้อันทรงอานุภาพอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในขณะที่แผนการต่างๆ ของ “พระยาราชเสนา” (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) ล้วนแต่บรรลุตามความประสงค์แทบทั้งสิ้น โดยมีเป้าหมายหลักคือการก้าวขึ้นสู่ความเป็น “จอมราชันย์” ที่พร้อมสยบทุกสรรพสิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ภูติสางกา-ฑูตสังหารที่มาพร้อมกับ “ภูติยุทธ์” ศาสตร์การต่อสู้แห่งอวิชชาที่ไร้รูปแบบและร่องรอยหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวด้วยแล้ว ดูเหมือนว่าทุกสรรพสิ่งภายใต้ผืนนภาล้วนสยบนิ่งอยู่แทบปลายเท้าเลยทีเดียว แต่ทันทีที่พระยาราชเสนารู้ว่าบัดนี้เทียนได้รับการชุบชีวิตจากชาวหมู่บ้านคณะโขน 

คำสั่งเลือดเพื่อกวาดล้างเข่นฆ่าผู้คนที่เกี่ยวข้องเกิดขึ้นในทันที จากกองทหารที่ถูกส่งไปพร้อมกับจับตัวพิมกลับไปยังพระราชวังเพื่อสำเร็จโทษต่อหน้าหมู่ทาสและกลุ่มประชาชนทั้งหมด เทียนบัดนี้กำลังเรียนรู้และก้าวเข้าสู่วิถีสมาธิอันสงบนิ่งต้องยอมละตัวเองออกจากดวงจิตอันบริสุทธิ์เพื่อเผชิญกับวิบากกรรมและขวากหนามที่เป็นอุปสรรคซึ่งถูกลิขิตไว้อย่างไม่จบสิ้นจากเหล่าอริราชและศัตรูอันชั่วร้ายที่ยังคงหมายคร่าเอาชีวิต ไม่ว่าจะเป็นภูติสางกาหรือพระยาราชเสนาเอง ในขณะที่ความแค้นและพลังด้านมืดในจิตของเทียนเองก็พร้อมที่จะถาโถมเข้าครอบงำ ทำลาย และทำร้ายเทียนตลอดเวลา ทางเดียวที่จะเอาชนะกรรมที่เริ่มก่อตัวขึ้น นั่นคือต้องเผชิญหน้าและเรียนรู้ที่จะควบคุมและเอาชนะจิตใจตนเองให้ได้

Ong Bak 3

หลังจากเราดู หนังชนโรงHD จบเราว่ามันแย่จากสองภาคแรกประมาณหนึ่งเลย สิ่งแรกที่อยากจะพูดถึงก็คงหนีไม่พ้นของบทหนังที่ขาดความสมเหตุสมผล อ๊ะ พอมาถึงตรงนี้ หลายคนก็อาจค้านแล้วว่า “มันก็หนังแอ็คชั่น จะเอาอะไรนักหนา” ใช่ มันคือหนังแอ็คชั่นที่ความจริงแล้วคุณไม่จำเป็นต้องใส่ใจในรายละเอียดของบทหนังมากเกินไปนัก เราอยากให้เป็นอย่างนั้น แต่ด้วยเสียงวิจารณ์และความกดดันที่ได้รับจากสื่อและคนดูต่างๆจากหนังเรื่อง “องค์บาก” และ “ต้มยำกุ้ง” ที่หลายคนยังจำได้ดีถึงการตามหาคน สัตว์ สิ่งของ ที่มีประโยคเด็ดอย่าง “ช้างตูอยู่ไหน? ”นั่นเองที่ทำให้ตัวหนังองค์บาก 2 และ 3 พยายามที่จะให้ความสำคัญกับตัวบทมากขึ้น เพิ่มความเป็นดราม่าให้กับตัวละคร ซึ่งเราเชื่อว่าคนส่วนใหญ่นั้นเข้าไม่ได้ต้องการที่จะเห็นในจุดนี้หรอกแต่มีบ้างก็ดี แต่ใดใดคือฉากต่อสู้ยังพอผ่านได้

Failure To Launch | จัดฉากรัก กำจัดลูกแหง่ (2006)

Failure To Launch

Failure To Launch | จัดฉากรัก กำจัดลูกแหง่ (2006)

ความรัก คือ สิ่งที่คงอยู่และไม่มีวันสิ้นสุด นี่คือใจความสำคัญหลักที่ผู้กำกับและทีมงานสร้างหนังรักขึ้นมา ผู้กับกับแต่ล่ะคนก็พยายามจะแสดงให้ผู้ชมเห็นว่า ความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบของแต่ละคู่นั้นย่อมแตกต่างและเป็นไปได้ยาก หนังชนโรง และเมื่อคุณได้ดูหนังรัก ก็จะแอบอยากมีความรักดีๆบ้าง Failure To Launch  จัดฉากรัก กำจัดลูกแหง่ เองก็เป็นหนังรักที่อยากแนะนำให้ได้ดูกัน

Failure To Launch  จัดฉากรัก กำจัดลูกแหง่  เป็นภาพยนตร์แนว ตลก Comedy เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อ ทริปป์อายุ 35 แล้วยังอาศัยอยู่ที่บ้านของพ่อแม่ พ่อกับแม่ของทริปป์อยากให้ทริปป์ย้ายออกพอดีกับที่ลูกชายของเพื่อนบ้านเพิ่งย้ายออกโดยมีตัวช่วย พ่อกับแม่ของทริปป์จ้างพอลลา ที่เป็นมืออาชีพมาหลอกให้ปริปป์หลงรักจนอยากย้ายออกจากบ้านไปมีชีวิตของตัวเอง ทริปป์มีเพื่อนสนิทคือฟิลลิป กับเดโม ที่ยังคงอาศัยบ้านพ่อแม่อยู่เหมือนกันทริปป์เลยไม่รู้สึกว่าตัวเองผิดปกติ ทริปป์ออกจะแปลกๆคือเป็นคนกลัวความสัมพันธ์พอคบกับแฟนจนถึงระดับนึงก็จะพาไปที่บ้านเพื่อให้รู้ว่าตัวเองยังอาศัยอยู่กับพ่อแม่ทำให้ผู้หญิงรับไม่ได้เลิกกันไปเพราะสมัยก่อนแฟนเก่าของทริปป์ที่กำลังจะแต่งงานเสียชีวิตจากนั้นมาทริปป์ก็ไม่ยอมก้าวเดินต่อไปพ่อกับแม่ที่เห็นว่าทริปป์กำลังเสียใจก็ไม่กล้าไล่ทริปป์ไปจากบ้าน 

จัดฉากรัก กำจัดลูกแหง่

 ทริปป์เจอกับพอลลาที่ร้านเฟอร์นิเจอร์แล้วก็เริ่มออกเดทกันตามแผนของพอลลา พอลลาอาศัยอยู่กับคิทเพื่อนที่ออกจะแปลกๆพูดตรงๆ คิทมีปัญหากับนกที่มาร้องกวนทุกวันจนทำให้คิทสติแตก พอลลาเดทกับทริปป์ก็เริ่มหลงรักทริปป์เพราะจริงๆแล้วทริปป์ไม่เหมือนกับพวกลูกแหง่ที่ไม่ยอมย้ายออกจากบ้านที่พอลลาเคยรับงานที่ผ่านมา พอลลาเริ่มตีสนิทกับเพื่อนๆของทริปป์ ระหว่างนั้นทริปป์ก็ถูกชิปมังค์กัด ถูกโลมากัดซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก ทริปป์เป็นนายหน้าขายเรือพาพอลลาออกไปล่องเรือทั้งคู่เริ่มรู้สึกดีต่อกัน ทริปป์รู้สึกว่าถึงเวลาเลิกกับพอลลาเพราะความสัมพันธ์เริ่มจริงจังเลยชวนพอลลาไปที่บ้าน พ่อกับแม่ของทริปป์ตกใจที่เห็นพอลลาเพราะรู้ว่าทริปป์พามาที่บ้านแปลว่าทริปป์กำลังจะเลิกกับพอลลา คืนนั้นพอลลามีอะไรกับทริปป์บนห้องใต้หลังคาที่เป็นห้องของทริปป์ พอลลารับงานซ้อนระหว่างกำลังเดทกับอีกคนดันไปเจอฟิลลิปเพื่อนของทริปป์เข้า พอลลาขอให้คิทยอมเดทกับฟิลลิปแลกกับการเก็บความลับเรื่องงานของพอลลา ฟิลลิปช่วยคิทแก้ปัญหาเรื่องนกที่ร้องกวนใจคิทได้เพราะฟิลลิปมีปืนบีบีกัน คิทกับฟิลลิปดักยิงนกแต่คิทปั๊มลมมากเกินไปจนนกสลบ คิทกับฟิลลิปช่วยกันทำ CPR จนนกฟื้นแล้วทั้งคู่ก็มีเซ็กส์และคบกันต่อ เดโมเล่าเรื่องแฟนเก่าของฟิลลิปให้พอลลาฟังรวมทั้งเรื่องที่ทริปป์ยังคงดูแลลูกชายของแฟนเก่าและบอกว่าเป็นหลาน เดโมบอกทริปป์เรื่องพอลลา ทริปป์นัดพอลลามาที่บ้านแล้วชวนพอลลาย้ายมาอยู่ด้วยกันทริปป์บอกเรื่องที่รู้เรื่องที่พ่อกับแม่จ้างพอลลามาหลอกเพื่อให้ทริปป์ย้ายออกจากบ้าน 

ทริปป์ย้ายออกจากบ้านพอลลารู้สึกผิดและเสียใจมากเอาเงินมาคืนพ่อกับแม่ของทริปป์และจะย้ายกลับไปอยู่กับแม่ที่บ้าน ทริปป์ไปปีนเข้ากับเพื่อนก็ถูกกิ้งก่ากัดอีก เพื่อนของทริปป์บอกว่าเป็นเพราะทริปป์ทำตัวไม่น่าคบและจริงๆแล้วฟิลลิปก็ไม่ได้อาศัยแม่อยู่แต่ฟิลลิปซื้อบ้านต่อจากแม่และให้แม่อาศัยอยู่ด้วยส่วนเดโมก็ทำตัวพเนจรไม่ได้อยู่ที่บ้านจริงๆแค่บอกว่าบ้านเป็นที่อยู่เท่านั้น ทริปป์ย้ายออกจากบ้านไปอาศัยที่อู่เรือตอนกลับมาเก็บของพบว่าพ่อใช้ห้องของทริปป์เป็นห้องเปลือยส่วนตัวที่พ่ออยากทำมานาน พ่อแม่ของทริปป์เรียกประชุมเพื่อนๆของทริปป์รวมทั้งคิทเพื่อหาทางช่วยให้ทริปป์กับพอลลาคืนดีกัน วันที่พอลลาจะไปคิทอาสาไปส่งแต่พาไปขังไว้ที่บ้านของฟิลลิปที่จับตัวทริปป์มัดกับเก้าอี้ขังไว้ในตู้อยู่แล้ว

Failure To Launch

หลังจากชมภาพยนตร์ หนังชนโรงHD จบ เราว่าหนังเรื่องนี้ดีนะ มีการให้แง่มุมของทางจิตวิทยาเกี่ยวกับการเลี้ยงดูด้วยนิดหน่อย เนื่องจากทริปป์เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของบ้าน ไม่แปลกที่จะถูกเลี้ยงดูมาแบบตามใจ แต่ในอีกมุมหนึ่งเพราะการเลี้ยงดูแบบตามใจนั้นทำให้เขาไม่กล้าที่จะเปิดใจรับใครเข้ามา กลัวการมีความรัก และกลัวการไว้ใจใคร แต่เมื่อเขาได้เจอพอลล่า ทุกอย่างมันก็เริ่มเปลี่ยนไป ในขณะเดียวกัน พอลล่าคิดอยู่เสมอว่าทริปป์จะต้องเป็นผู้ชายที่ยากเกินกว่าจะควบคุม แต่ท้ายที่สุดแล้วความรักก็เข้ามาเติมเต็มและทำลายความกลัวทั้งหมดออกไปได้ บทดี นักแสดงลงตัวมากๆเป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจ

Don’t Knock Twice | เคาะสองที อย่าให้ผีเข้าบ้าน (2016)

Don’t Knock Twice

Don’t Knock Twice | เคาะสองที อย่าให้ผีเข้าบ้าน (2016)

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย “หนังผี” ก็ยังคงเป็นประเภทหนังที่มีความคลาสสิก สร้างความกลัวและความตื่นเต้นให้ผู้ชมผ่านเนื้อหาหลอนๆ โดยเฉพาะเรื่องราวลี้ลับเหนือธรรมชาติที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้ ยังคงเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดให้คอหนังจำนวนมากชื่นชอบการดูหนังผี หนังชนโรง แม้บางคนจะรู้สึกกลัวมากก็ตาม วันนี้เราก็เลยอยากแนะนำหนังผีเรื่อง Don’t Knock Twice เคาะสองที อย่าให้ผีเข้าบ้าน เรื่องราวจะเดือดขนาดไหนไปดูกัน

Don’t Knock Twice เคาะสองที อย่าให้ผีเข้าบ้าน เป็นภาพยนตร์แนว สยองขวัญ Horror  เรื่องราวเริ่มขึ้นเจสเริ่มพยายามทำให้ตัวเองมั่นคงเลยมาขอรับโคลอีลูกสาวกลับไปอยู่ด้วยแต่โคลอีปฏิเสธ ก่อนหน้านี้เจสมีปัญหาติดยาจนไม่สามารถเลี้ยงดูลูกได้ ปัจจุบันเจสตัดสินใจแต่งงานใหม่กับเบ็นสามีใหม่ โคลอีออกไปเที่ยวกับแดนนีจากนั้นทั้งคู่ก็ไปเคาะประตูบ้านแมรีหญิงชราที่ถูกพวกโคลอีกล่าวหาว่าจับตัวเพื่อนอีกคนไปจนสุดท้ายหญิงชราทนความกดดันไม่ไหวฆ่าตัวตาย ประเด็นหลักของเรื่องคือการเคาะประตูสองครั้งคือการปลุกปิศาจ โคลอีกลับถึงบ้านพักก็วิดีโอคอลกับแดนนี โคลอีได้ยินเสียงเคาะประตูเลยไปดูระหว่างนั้นแดนนีถูกเงาลึกลับลากตัวหายไป โคลอีตัดสินใจย้ายไปอยู่กับแม่ โคลอีเริ่มเห็นภาพหลอน เจสเองก็ฝันร้ายเห็นหญิงชราปาดคอฆ่าตัวตายต่อหน้า โคลอีเริ่มเล่าเรื่องแมรีที่พวกโคลอีคิดว่าเป็นแม่มดจับตัวเพื่อนไป ต่อมาไทราที่มาเป็นแบบปั้นให้เจสพอเห็นโคลอีก็รีบขอตัวกลับพร้อมกับเตือนเจสเรื่องโคลอีมีสิ่งชั่วร้ายคอยตามอยู่ เจสเริ่มสอนโคลอีปั้นงานศิลปะแล้วอยู่ๆผลงานของเจอก็ถูกทำลายโดยสิ่งลึกลับแต่เจสเข้าใจผิดว่าเป็นโคลอี

เคาะสองที อย่าให้ผีเข้าบ้าน

 คืนนั้นโคลอีถูกปิศาจทำร้ายแต่เจสช่วยไว้ได้ เจสกับโคลอีไปหาไทรา ไทราบอกว่าแมรีถูกพวกโคลอีใส่ร้ายว่าเป็นแม่มดจนฆ่าตัวตายแค้นเลยมาตามล้างแค้นโคลอี โคลอีสติแตกวิ่งหนีหายไป เจสพยายามตามหาลูกจนเริ่มสงสัยตำรวจที่ทำคดีเพื่อนโคลอีแถมยังสินทกับเด็กๆบ้านพัก ต่อมาโคลอีถูกจับตัวหายไปต่อหน้าเจส เจสงัดเข้าบ้านแมรีถูกตะปูตำที่เท้าต่อมาก็ถูกตำรวจจับแต่ก่อนถูกคุมตัวขึ้นรถเจสรีบวิ่งเคาะประตู เจสทิ้งข้อความเลือดไว้ให้ตำรวจก่อนจะหนีออกไปตามหาโคลอี เจสช่วยโคลอีได้สำเร็จแต่ตำรวจที่ตามมาดันเคาะประตูสองครั้งเลยถูกจับตัวไป เจสกับโคลอีกลับบ้านเจอแต่ข้าวของแฟนเจสที่ถูกไทราฆ่าตาย จริงๆแล้วไทราเป็นทาสปิศาจที่ต้องการหลุดพ้นจากอำนาจมีอยู่สองทางคือฆ่าตัวตายกับหาเหยื่อมาเป็นทาสแทนซึ่งก่อนหน้านี้ไทรามอบสร้อยคอสัญลักษณ์ของทาสให้กับเจส สร้อยคอร้อนจนทิ้งรอยไหม้ไว้บนร่างกายเจสเท่ากับว่าเจสกลายเป็นทาสแทนไทรา เจสได้ยินเสียงเคาะประตูสองครั้งก่อนจะมีอะไรเกิดขึ้น

ด้วยพล๊อตที่ตัวละครหลักมีอดีตที่ไม่ค่อยลงรอยกัน แต่แล้วเรื่องราวแปลกๆก็ชวนให้พวกเขากลับมาคืนดีกันอีกครั้งในตอนจบนั้นมันถูกนำมาใช้เป็นบทพื้นฐานของหนังสยองขวัญมาหลายต่อหลายเรื่อง ยิ่งเรื่องนี้ตัวละครเป็นแม่ลูกกันแล้วคงไม่ต้องสงสัยเรื่องราวในตอนจบเลย แต่ประเด็นนึงที่ผมชอบหนังเรื่องนี้คือ ความผสมผสานหนังสยองขวัญเข้ากับเรื่องราวสืบสวนสอบสวนที่ทำได้อย่างลงตัว ดูแล้วสนุกขึ้นจากประเด็นเดิม แต่อย่างไรก็ตามการเล่าเรื่องยังคงเป็นปัญหาสำคัญของหนัง เพราะมันไม่บิ้วให้ผมอยากเอาใจช่วยตัวละครหรือตื่นเต้นไปกับเรื่องราวเลย

Don’t Knock Twice

หัวใจหลักของ หนังชนโรงHD แนวผีอย่างความน่ากลัวยิ่งแล้วใหญ่ หนังยังใช้จังหวะตุ้งแช่ทำมาหากินให้ผู้คนตกใจอยู่อย่างเคย ทั้งที่หนังมีบ้านหลังใหญ่อย่างกับคฤหาสน์และสตูดิโอรูปปั้นที่ช่วยบิ้วบรรยากาศให้ชวนหวาดระแวงได้ หลายๆปัญหามันเลยส่งผลให้ในภาพรวม “Don’t Knock Twice” เป็นหนังผีอีกหนึ่งเรื่องที่หลายๆองค์ประกอบของหนังไม่สามารถช่วยให้มันรอดพ้นจากสูตรสำเร็จเดิมๆได้ แม้จะมีความน่าสนใจหน่อยๆในแง่ของปมเรื่องราว แต่มันก็ไม่อาจสร้างความประทับใจหลังชมจบได้เลย สำหรับเราคิดว่าเป็นหนังผีที่สอบตก

Flight of the Phoenix | เหินฟ้าแหวกวิกฤติระอุ (2004)

Flight of the Phoenix

Flight of the Phoenix | เหินฟ้าแหวกวิกฤติระอุ (2004)

เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคทำให้หลาย ๆ คนต้องกักตัวกันยาว ๆ ไม่สามารถออกไปเที่ยวไหนในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้ แต่ไม่ต้องเซ็งไป เพราะเราอยากแนะนำหนังเอาชีวิตรอดให้ทุกคนได้ดูฆ่าเวลาแก้เบื่อ  หนังเอาชีวิตรอด เป็นหนังที่ทำให้ทุกคนต้องลุ้นระทึกตั้งแต่ต้นจนจบ แต่สิ่งที่ทำให้ใครหลายคนชอบหนังแนวนี้ เพราะการดำเนินเรื่องเหมือนคุณได้ไปอยู่ในโมเม้นต่างๆ  จนถึงตอนจบที่เขาสามารถรอดชีวิตได้ แต่ถึงอย่างนั้น ยังมีหนัง survival อีกหลายเรื่องที่ตอนจบไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เรียกว่าที่อุตส่าห์นั่งดูและลุ้นกันมาตลอดเรื่อง ทำให้เหวอกันเลยทีเดียว Flight of the Phoenix  เหินฟ้าแหวกวิกฤติระอุ เป็นภาพยนตร์ หนังชนโรง ที่เราเลือกแนะนำให้ทุกคนดุเป็นหนังเอาชีวิตรอดที่น่าสนใจมากๆ

Flight of the Phoenix  เหินฟ้าแหวกวิกฤติระอุ เป็นภาพยนตร์แนว ผจญภัย Adventure ดราม่า Drama แอคชั่น Action เรื่องราวเริ่มขึ้น เมื่อแท่นขุดเจาะน้ำมัน Amacore ในทะเลทรายโกบีของมองโกเลียพิสูจน์ได้ว่าไม่ค่อยได้ผลกัปตัน Frank Towns (Dennis Quaid) และนักบินร่วม A.J. (Tyrese Gibson) ถูกส่งไปเพื่อปิดการปฏิบัติการและขนส่งลูกเรือ (เอียนผู้บริหาร Amacore, ผู้ดูแลแท่นขุดเจาะ Kelly, Rodney, Davis, Liddle, Jeremy, Sammi, Rady, Kyle, Newman และ Dr. Gerber) ออกจากทะเลทราย พร้อมกับการบรรทุกสินค้าจำนวนมากจากไซต์ที่จะเลิกกิจการหรือแจกจ่ายไปยังไซต์อื่นทำให้เครื่องบินมีน้ำหนักเกิน อย่างไรก็ตามระหว่างเดินทางไปปักกิ่งพายุฝุ่นครั้งใหญ่ทำให้เครื่องยนต์ดับหนึ่งเครื่องเมื่อเมืองพยายามปีนขึ้นไปในแนวดิ่งด้วยเครื่องบินน้ำหนักเกินบังคับให้พวกเขาชนเครื่องบิน C-119 Flying Boxcar ในพื้นที่ที่ไม่มีใครสังเกตเห็นของทะเลทรายโกบี

เหินฟ้าแหวกวิกฤติระอุ

 ไคล์ตกสู่พื้นและความผิดพลาดนั้นคร่าชีวิตดร.เกอร์เบอร์และนิวแมน สินค้าของพวกเขาประกอบด้วยชิ้นส่วนและเครื่องมือที่ใช้แล้วจากแท่นขุดเจาะลูกเรือของแท่นขุดเจาะและคนโบกรถ เมื่อพายุฝุ่นสิ้นสุดลงจะเห็นได้ชัดว่าพวกมันอยู่ห่างออกไป 200 ไมล์โดยมีปริมาณน้ำเพียงหนึ่งเดือน เจเรมีคิดจะเดินไปขอความช่วยเหลือ แต่เรดี้อธิบายว่าเดือนกรกฎาคมเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดใน โกบี้และเขาจะไม่ทำมัน กลางดึกเดวิส (จาเร็ด ปาดาเล็คกี) ออกไปปัสสาวะโดยไม่แจ้งให้ใครรู้เดินทางหลงทางในพายุทรายและเสียชีวิต กลุ่มนี้พากันตื่นตระหนกหลังจากการค้นหาเขาล้มเหลวและเคลลี่ (มิแรนดา อ็อตโต) เถียงกับแฟรงก์ซึ่งบอกว่าการเดินออกจากทะเลทรายจะล้มเหลวและทางเลือกเดียวของพวกเขาคือรอการช่วยเหลือ ในตอนแรกกลุ่มนี้เห็นด้วย แต่พิจารณาใหม่หลังจากเอลเลียตซึ่งอ้างว่าเป็นวิศวกรการบินเสนอแนวคิดที่รุนแรง สร้างซากปรักหักพังของ C-119 ให้เป็นเครื่องบินที่ใช้งานได้

 แฟรงค์ปฏิเสธในตอนแรกซึ่งทำให้ลิดเดิล (สก็อตต์ไมเคิลแคมป์เบลล์) เดินออกไปประท้วงด้วยตัวเอง แฟรงค์พยายามตามหาเขา เขาเจอหุบเขาที่เต็มไปด้วยเศษขยะสินค้าจากเครื่องบินซึ่งหลุดออกมาเมื่อหางถูกฉีกออกในบรรดาเศษซากเขาค้นพบร่างของไคล์ที่สวมหัวกระสุนและถูกถอดออกหลังจากนั้นลิเดิ้ลปรากฏว่าเขามารับนาฬิกาของเขาซึ่งเขาแพ้ไคล์ในเกมโป๊กเกอร์ จากนั้นชาวเมืองก็อนุมานได้ว่าคนเร่ร่อนหรือพวกลักลอบใช้ศพของไคล์เพื่อฝึกฝนเป้าหมาย ลิดเดิลบอกว่าจะกลับไปกับเขาก็ต่อเมื่อพวกเขาสร้างเครื่องบินขึ้นและแฟรงค์ก็เห็นด้วย เขายังระบุว่าเขาทำให้ รูดนีย์เสียชีวิตเช่นกันดังนั้นจึงเสียเวลาทั้งวันในการทำงานรวมทั้งกำลังคน เมืองด้วยความโกรธต่อยเอลเลียตซึ่งทำให้โครงการหยุดชะงักเนื่องจากเอลเลียตไม่สนใจโครงการอีกต่อไป ด้วยความสิ้นหวังกลุ่มที่เหลือตกลงที่จะให้เอลเลียตควบคุมโครงการอย่างสมบูรณ์และโครงการจะดำเนินต่อไป แต่เรื่องราวจะเป็นไงต่อต้องลองไปดูต่อกันในภาพยนตร์เอง

Flight of the Phoenix

หลังจากที่เราได้รับชมภาพยนตร์ หนังชนโรงHD เรื่องนี้จบ เราค่อนข้างประทับใจพอสมควรเลยถือเป็นหนังเกี่ยวกับการเอาตัวรอดที่สนุกและน่าติดตามเรื่องหนึ่งเลย โดยพวกเขาต้องอดทนอยู่ในทะเลทรายที่ไม่มีแม้ร่มเหงาให้พักพิง ไร้ซึ่งความหวัง แต่หนังก็ทำให้เรารู้สึกได้ว่าการรอดมาได้จากการลำบากมาก่อนนั้นเป็นอะไรที่มันมีค่าอย่างมาก บทมีการวางเรื่องมาอย่างดีงาม พอมีแผลมากแต่อยู่ในระดับที่พอให้ภัย ทีมนักแสดงก็เคมีดีมากแต่ละคนเล่นแล้วทำให้เราอยากเอาใจช่วยมาก มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากหนังเอาชีวิดรอดเรื่องอื่นๆ ใครเป็นคอหนังแนวนี้ไม่ควรพลาด

Men in Black International | หน่วยจารชนสากลพิทักษ์โลก (2019)

Men in Black International

Men in Black International | หน่วยจารชนสากลพิทักษ์โลก (2019)

เทสซา ลินน์ ธอมป์สัน (Tessa Lynne Thompson[1]; เกิด 3 ตุลาคม พ.ศ. 2526) [1] เป็นนักแสดง, โปรดิวเซอร์, นักร้อง และนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน เธอเริ่มอาชีพการแสดงกับบริษัท Los Angeles Women’s Shakespeare Company ขณะเรียนที่วิทยาลัยซานตาโมนิกา เธอปรากฏตัวในผลงานของ The Tempest และ Romeo and Juliet ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล NAACP Theatre Award ความก้าวหน้าของเธอมาพร้อมกับบทบาทนำในภาพยนตร์ดราม่าอิสระของ Tina Mabry เรื่อง Mississippi Damned (2009) และภาพยนตร์ดราม่าของ Tyler Perry เรื่อง For Colored Girls (2010) วันนี้เราก็เลยอยากแนะนำภาพยนตร์เรื่อง Men in Black International หน่วยจารชนสากลพิทักษ์โลก ที่เป็น หนังชนโรง ฟอร์มใหญ่เรื่องแรกที่เธอเป็นตัวหลัก

Men in Black International หน่วยจารชนสากลพิทักษ์โลก เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนว แอคชั่น Action ผลงานจากทาง Sony Pictures Releasing และ Columbia Pictures กำกับภาพยนตร์โดย F. Gary Gray นำแสดงโดย Chris Hemsworth , Tessa Thompson , Rebecca Ferguson , Kumail Nanjiani,  Rafe Spall , Laurent Bourgeois , Larry Bourgeois , Emma Thompson และ Liam Neeson

หน่วยจารชนสากลพิทักษ์โลก

ในปี 1996 บรู๊คลิน มอลลี่ ไรท์ เห็นพ่อแม่ของเธอถูกประสาทโดยเจ้าหน้าที่ของแมน อินแบล็ค ในขณะที่เธอช่วยให้เอเลี่ยนหนีออกมา ก่อนที่จะถูกประสาทตัวเอง โดยไม่มีผลอะไรเลย 23 ปีต่อมา มอลลี่ถูกปฏิเสธจากหน่วยงานรัฐบาล เพราะเธอ “หลอกลวง” เกี่ยวกับชีวิตของเอเลี่ยน มอลลี่ตามรอยการลงจอดของเอเลี่ยน และตามเจ้าหน้าที่ MIB ไปยังสำนักงานใหญ่ของพวกเขาที่นิวยอร์ค ถูกจับได้ว่าเข้ามาในหน่วย มอลลี่สร้างความประทับใจให้กับเจ้าหน้าที่โอ หลังจากเปิดเผยว่าเธอได้เลี่ยงระบบประสาท การค้นหามัน ทำให้เธอสมบูรณ์แบบสำหรับงาน และไม่มีชีวิตนอกจากการค้นหาของหน่วยงาน เธอได้รับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ภาคทัณฑ์ เป็น “เอเจนท์ เอ็ม” และได้รับมอบหมายให้สำนักงานสาขาในลอนดอนขององค์กร เอเจนท์เอช.เอ็ม.เอ็ม ได้รู้ว่า H.M. และ H.T ได้ต่อสู้กับการบุกรุกรังผึ้ง -เผ่าพันธุ์ปรสิตที่บุกรุกดาวโดยการรวมกับ DNA ของสายพันธุ์ที่พ่ายแพ้ – ที่หอไอเฟลในปี 2016 โดยใช้รูหนอนที่รวมอยู่ในการอพยพครั้งแรกไปยังโลกและยังรักษางานของเขาไว้ได้ เพราะมีไฮทีคอยปกปิดเขา

 M จัดเตรียมให้ตัวเองที่จะช่วย H ในการประชุมกับ Vungus the Ugly เพื่อนสนิทของเขาและเอเลี่ยนราชวงศ์ ระหว่างคืนที่ออกไปเที่ยวกับวุงกัส พวกเขาถูกฝาแฝดต่างดาวลึกลับ ที่สามารถแสดงออกเป็นพลังงานบริสุทธิ์ พวกเขาทำร้ายวุงกัสอย่างสาหัส ผู้ให้คริสตัลแปลกๆกับเอ็ม ก่อนที่เขาจะตายอ้างว่าเอชเปลี่ยนไปแล้ว ตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่พบกับพวกเขา และไม่สามารถไว้ใจได้ เอ็มชี้ว่ามีคนไม่กี่คนรู้ตำแหน่งของวุงกัส และเขาถูกทรยศโดยเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่อยู่ที่นี่ เมื่อไฮทีมอบหมายให้ H ปกป้องเขา ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของคนทรยศใน MiB ไฮท์ T กำหนดให้เจ้าหน้าที่ C และ M ทำการสืบสวน ในขณะที่ H ถูกลดตัวลงทำงานด้วยหลักฐานที่ชี้ว่าฝาแฝดมีร่องรอย DNA ของรังผึ้งH บังคับ M ให้ไปร่วมกับเขา ตามรอยที่มาร์ราเคช ที่ซึ่งพวกเขาได้ตัว “พาวนี่” ผู้รอดชีวิตสุดท้าย ของกลุ่มเอเลี่ยนกลุ่มเล็กๆ ที่ถูกฝาแฝดโจมตี เพวนนี่สัญญาว่าจะจงรักภักดีกับเอ็ม และพวกเขาถูกจับโดยเจ้าหน้าที่ MiB ที่ถูกประสานงานโดย C ผู้ซึ่งได้ภาพวิดีโอวีดีโอของวุงกัส ส่งคริสตัลให้เอ็ม และเชื่อว่าหล่อนเป็นคนทรยศ 

Men in Black International

หลังจากเราดู หนังชนโรงHD มาภาคนี้บอกเลยว่าผิดหวังไม่น้อย จากคนที่ดูมาตั้งแต่ภาคแรก เนื้อเรื่องค่อนข้างเส้นตรงไม่มีอะไรแปลกใหม่ บทอ่อนแบบน่าใจหายในหลายจุด เดาตัวร้ายได้ตั้งแต่ต้นเรื่องด้วยการหลอกล่อที่โจ่งแจ้งเกินไป การพบเจออุปสรรคต่างๆยังดูบังเอิญไม่สมเหตุเท่าไหร่ รวมถึงฉากไคลแมกซ์ที่ไร้พลัง แก้ปมง่ายๆไม่มีความน่าจดจำ กลายเป็นหนังโชว์ชุดดำเท่ๆ และเอเลี่ยนหลายสายพันธุ์เท่านั้นแต่ก็มีข้อดีตรงที่เนื้อเรื่องยังไหลไปได้เรื่อยๆ ไม่ได้รู้สึกว่าเบื่อหรือชวนง่วง ได้เห็นส่วนขยายของจักวาล MIB ที่นำเสนอได้น่าสนใจ มีเอเลี่ยนแปลกใหม่โผล่มาไม่ขาดสายวามฮาแทบจะแป๊กที่สุดในบรรดา MIB ทุกภาคที่ดูมา โทนหนังเริ่มเบนไปโหมดจริงจังกว่าทุกที แต่ละมุกเชยเหมือนหลุดมาจากยุค 90 พยายามเล่นแล้วเล่นอีกมุก 3 บาท 5 บาท เรียกร้องความสนใจให้คนขำ แต่มันฝืดมาก แต่รวมๆมันก็ไม่แย่มากเท่าที่ไร