The Darkest Hour | มหันตภัยมืดถล่มโลก (2011)

The Darkest Hour

The Darkest Hour | มหันตภัยมืดถล่มโลก (2011)

หลังกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ออกมาเผยแพร่คลิปลับ 3 คลิปที่ถูกปลดชั้นความลับจนสามารถนำมาเผยแพร่ต่อชาวโลกได้อย่างสาธารณะ และได้ยืนยันถึงการมีอยู่ของ UFO (Unidentified flying object) ซึ่งอาจไม่ได้ยืนยันถึงการมีอยู่ของเอเลียนหรือมนุษย์ต่างดาว เพราะคำว่า UFO ที่หมายถึง วัตถุที่บินได้แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นอะไร ซึ่งหมายถึงการแปรแบบตรงตัว แต่นี่ก็ถือว่าเป็นปรากฎการณ์ข่าวที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน ซึ่งก็เรียกร้องความสนใจจาก ดูหนังฟรีออนไลน์ ประชาชนทั่วไปที่ติดตามเรื่องสิ่งลี้ลับและดาราศาสตร์ได้เป็นวงกว้าง (ข่าวลือบางกระแสบอกว่า สหรัฐฯ ปล่อยข่าวนี้ออกมากลับโควิด-19)อย่างไรก็ตาม ประชาชนจากทั่วโลกจำนวนมากที่อยู่ในวัยกลางคน ณ ปัจจุบัน ต่างเติบโตมากับหนังวิทยาศาสตร์ ไซไฟมนุษย์ต่างดาวของยุค 80s-90s ทำให้เรานึกถึงเรื่อง The Darkest Hour  มหันตภัยมืดถล่มโลก เลย

The Darkest Hour มหันตภัยมืดถล่มโลก  เป็นภาพยนตร์ แนว ระทึกขวัญ Thriller คนอเมริกันเบนและฌอน  เดินทางไปมอสโคว์ เพื่อขายซอฟต์แวร์เครือข่ายสังคม/พรรคพวกของพวกเขา ขณะที่พวกเขาเข้าใกล้สนามบิน เครื่องบินของพวกเขาวงจรสั้นเนื่องจากพายุไฟฟ้า แต่กลับได้รับพลังงาน หลังจากมาถึง พวกเขาพบว่า สกายเลอร์ คู่หูธุรกิจของสวีเดน ได้ทรยศพวกเขา และได้ตกลงกับรัสเซีย โดยใช้โปรแกรมยกเลิกการลงทุน พวกเขาไปเที่ยวไนท์คลับ และพบกับนาตาลี อเมริกัน และแอนน์ เพื่อนชาวออสเตรเลียของเธอ ไฟดับในคลับ และทุกคนออกไปข้างนอก ที่นั่น พวกเขาเห็นสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็น ออรอร่า ลูกบอลของแสงตกลงมาจากท้องฟ้าและจากนั้นจางหายไป เมื่อตำรวจสืบสวน เขาก็จะแตกเป็นเสี่ยงๆ สิ่งมีชีวิตล่องหนเริ่มล่าและฆ่าคน ทำให้พวกเขาตื่นตระหนก

มหันตภัยมืดถล่มโลก

เบน ฌอน นาตาลี แอนน์ และตอนนี้สกายเลอร์ซ่อนตัวอยู่ในห้องเก็บของของคลับเป็นเวลาเจ็ดวัน อาหารส่วนใหญ่ของพวกเขาหายไป กลุ่มวางแผนที่จะไปสถานทูตอเมริกัน พวกเขาพบว่าเมืองเต็มไปด้วยรถและซิงเดอร์ที่ไหม้ แต่ไม่มีคน ยกเว้นหญิงชราผู้หวาดระแวง ที่เตือนพวกเขาเกี่ยวกับ “ผี” เบนกับฌอนกำลังหาของในรถตำรวจ ใกล้เรดสแควร์ ขณะที่คนอื่นๆซ่อนตัวอยู่ในห้างสรรพสินค้า GUM ที่ใกล้เคียง ขณะที่พวกเขากำลังค้นรถ หมาเห่าจะพบและเผชิญหน้ากับเอเลี่ยน แต่ถูกฆ่า เบนกับชอนหลบอยู่ใต้รถได้สำเร็จ ขณะที่เอเลี่ยนเข้ามาใกล้ ทำให้ไฟและไซเรนของรถเปิดขึ้น เอเลี่ยนเดินหน้าต่อไป และคนวิ่งไปที่ห้าง ชอนตระหนักว่าหลอดไฟและเทคโนโลยีอื่นๆ ทำให้เอเลี่ยนหายไป กลุ่มนี้หลบอยู่ในร้านค้าหนึ่งในห้างสรรพสินค้า ชอนกับนาตาลีไปตามหาเสื้อผ้า และเกือบจะเจอเอเลี่ยน ที่มองไม่เห็นมันผ่านกำแพงแก้ว ชอนมีทฤษฎีว่าเอเลี่ยนสามารถมองเห็นแค่ไฟฟ้าของพวกเขา แต่ไม่ใช่ผ่านกระจกหรือเครื่องกันแสงอื่น

กลุ่มพบว่าสถานทูตสหรัฐ ถูกฉีกขาดและไม่มีชีวิต ยกเว้นสกายเลอร์ ไปที่หลังคา เพื่อดูทางอากาศ พวกเขาพบสมุดบันทึกบอกพวกเขาว่า การบุกรุกเกิดขึ้นทั่วโลก พวกเขาพบวิทยุที่ออกอากาศข้อความในรัสเซีย และได้ยินเสียงปืน เบนกับชอนออกไปช่วยสกายเลอร์ แต่เขาถูกฆ่า คนอื่นๆเห็นแสงในหอพักใกล้เคียง และไปสืบสวน นำวิทยุที่พวกเขาพบ พวกเขาพบหญิงสาวชื่อวิก้า และชายชื่อเซอร์เกี้ยน วิศวกรไฟฟ้า เซอร์กี้ได้สร้างอพาร์ทเมนต์ของเขา ให้กลายเป็นกรงฟาราเดย์ยักษ์ ที่ซ่อนทุกคนจากเอเลี่ยน เขาพัฒนาปืนไมโครเวฟ ที่ทำให้สนามพลังของเอเลี่ยนอ่อนแอลง เพื่อที่จะเห็นและฆ่ามันได้ วิก้าและเซอร์เกี้ยนแปลข้อความนี้ ว่าเรือดำน้ำนิวเคลียร์ K-152 Nerpa กำลังรออยู่ในแม่น้ำมอสโก เพื่อพาผู้รอดชีวิตไปสู่ที่ปลอดภัยแต่จะสำเร็จหรือไม่ต้องดูกัน

The Darkest Hour

หลังจาก ดูหนังฟรีออนไลน์HD เรื่องจบไม่ชอบเลยสิ่งแรกที่ดูแล้วน่ารำคาญที่สุดในหนังเรื่องนี้เลยคือ ด้านของบทหนัง ที่มีช่องโหว่ค่อนข้างมาก เริ่มตั้งแต่ เอเลี่ยน ที่ในฉากแรกของหนังนั้นปูบทมาอย่างดีว่าเอเลี่ยนเข้ามายึดครองโลก และ โชว์ให้เห็นถึงการมาของเอเลี่ยนนับร้อยตัว แต่หลังจากนั้นเพียง 5 วัน หนังกลับตัดบทร้อยกว่าตัวนั้นออกไป และเล่นนำเอาเอเลี่ยนมาสู้กับพวกตัวเอกแค่ทีละ 1-2 ตัวเท่านั้น แถมหนังยังไม่ได้ใช้ประสิทธิภาพของเอเลี่ยน ที่มีทักษะการล่องหน ได้อย่างเต็มที่อีกด้วย รวมไปถึงด้านของ CG ในหนังเรื่องนี้ ที่เต็มไปด้วยฉากที่คิดในใจว่า ‘นี้มันหนังเกรดเอ หรือ เกรดบีกันแน่’ พร้อมกับด้านของตัวละครในหนังเรื่องนี้ ที่เล่นเดินตามบทหนังเชยๆของฮอลลีวู้ดเป๊ะๆ ที่จะมีทั้งตัวละครที่พยายามทำเป็นฮีโร่ , ตัวละครที่ปูบทให้ดูเหมือนเป็นตัวละครที่คนดูต้องเอาใจช่วยมากที่สุด และเหล่าตัวละครที่ทำตัวน่ารำคาญ และ โง่เขลา ทั้งหลาย ที่ไม่ต่างกับพวกเหล่าตัวละครเด็กวัยรุ่นที่ชอบเดินไปให้ฆาตรกรเชือดในหนังสยองขวัญของฮอลลีวู้ดหลายๆเรื่อง แถมยังเต็มไปด้วยบทพูดของหนังที่พยายามจะพูดให้มันดูเท่ และ พยายามให้คนดูสะใจกับการฆ่าเอเลี่ยนได้ ทั้งที่ผู้กำกับหารู้ไม่ว่า บทพูดเหล่านั้น มันทั้งดูเชย และ ตลก มากกว่าจะสะใจ