Ong Bak 3

Ong Bak 3 | องค์บาก 3 (2010)

Ong Bak 3

Ong Bak 3 | องค์บาก 3 (2010)

ใครๆก็ชอบหนังแอคชั่น แม้จะไม่ใช่หนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่ ที่มีพลังวิเศษ  ไม่ใช่หนังแฟนตาซีที่มีเวทมนต์เหนือมนุษย์  ไม่ใช่หนังไซไฟ มีปีศาจ สัตว์ประหลาด มนุษย์ต่างดาว  รวมถึงไม่ใช่หนังคาวบอยที่จะมาดวลปืนกันด้วยความเท่  และสุดท้ายไม่ได้เป็นหนังประวัติศาสตร์ที่สร้างมาจากเรื่องจริงหลายร้อยปีแต่หนังแอคชั่นที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ หนังชนโรง คือ หนังต่อสู้ที่มีฉากบู๊สมจริง  ไม่ว่าจะเป็นหนังสายลับสุดเท่ที่มีเทคนิคการต่อสู้ขั้นสูง  หนังทหารสู้กันอย่างมีชั้นเชิงของไทย อย่างเรื่อง Ong Bak 3  องค์บาก 3 

Ong Bak 3 องค์บาก 3 เป็นภาพยนตร์แนว แอคชั่น Action หลังจากพ่ายแพ้แก่ “ภูติสางกา” สูญเสียทั้ง 2 บิดา “ออกญาสีหเดโช” และ “เชอนัง” รวมทั้งบรรดาพี่น้องแห่งชุมโจรผาปีกครุฑ ทุกศาสตร์ยุทธ์ที่ถูกบ่มเพาะฝึกฝนมาทั้งชีวิตของ “เทียน” ล้วนถูกทำลายย่อยยับจนหมดสิ้น ต้องโทษฑัณฑ์ถูกทรมานพิการเจียนตาย เหลือเพียงแค่ลมหายใจอันรวยริน ฤาชีวิตทั้งมวลล้วนจบสิ้นลงดั่งคำทำนายเมื่อครั้งถือกำเนิด ยามใดจับต้องศาสตราชีวิตจักมืดมนต้องโทษทุกข์แสนสาหัสท่ามกลางบ่วงกรรมที่ยังคงวนเวียนต่อไป บัดนี้ร่างที่ไร้ชีวิตของบุรุษนักสู้ผู้เป็นตำนานได้รับความช่วยเหลือถูกลำเลียงขนย้ายส่งต่อไปยังหมู่บ้านอโรคยา ที่ในอดีตเทียนและ “พิม” เคยใช้ชีวิตเติบโตเรียนรู้เรื่องสมุนไพรใบยาบ่มเพาะสมาธิ ซึมซับวิชาโขนนาฏศิลป์ 

องค์บาก 3

โดยมีเหล่าผู้คนในหมู่บ้านทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่เด็กเล็กผู้เฒ่าผู้แก่ หรือกระทั่งคนบ้าที่ไร้สติแต่ไม่เคยมีพิษภัยกับใครอย่าง “ไอ้เหม็น” ก็ต่างมาร่วมกันหลอมจิตศรัทธารวมเป็นหนึ่งช่วยกันหล่อพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ขึ้นเพื่อส่งจิตระลึกให้เทียนฟื้นคืนสติกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ขณะที่พิมเองได้นำเอาท่วงท่าการร่ายรำดัดตัวตามรูปแบบของนาฏศิลป์โขนโบราณมาช่วยในการรักษาบำบัดร่างกายที่เสื่อมสลาย โดยมี “ครูบัว” ที่ปัจจุบันกลายเป็น “พระบัว” เปิดทางให้เทียนได้เริ่มต้นเข้าสู่สมาธิเพื่อฝึกควบคุมร่างกาย กล่อมเกลาสภาวะจิตให้นิ่ง เรียนรู้ และต่อสู้กับด้านมืดในใจเพื่อบรรลุถึงจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ที่หลับใหลหลอมหลวมเข้ากับ “พลังศรัทธาอันแรงกล้า” จากธาตุธรรมชาติทั้ง4 “ดิน น้ำ ลม ไฟ” ผสมผสานจนก่อเกิดการค้นพบ “นาฏยุทธ์” ศาสตร์และศิลปะการต่อสู้อันทรงอานุภาพอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในขณะที่แผนการต่างๆ ของ “พระยาราชเสนา” (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) ล้วนแต่บรรลุตามความประสงค์แทบทั้งสิ้น โดยมีเป้าหมายหลักคือการก้าวขึ้นสู่ความเป็น “จอมราชันย์” ที่พร้อมสยบทุกสรรพสิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ภูติสางกา-ฑูตสังหารที่มาพร้อมกับ “ภูติยุทธ์” ศาสตร์การต่อสู้แห่งอวิชชาที่ไร้รูปแบบและร่องรอยหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวด้วยแล้ว ดูเหมือนว่าทุกสรรพสิ่งภายใต้ผืนนภาล้วนสยบนิ่งอยู่แทบปลายเท้าเลยทีเดียว แต่ทันทีที่พระยาราชเสนารู้ว่าบัดนี้เทียนได้รับการชุบชีวิตจากชาวหมู่บ้านคณะโขน 

คำสั่งเลือดเพื่อกวาดล้างเข่นฆ่าผู้คนที่เกี่ยวข้องเกิดขึ้นในทันที จากกองทหารที่ถูกส่งไปพร้อมกับจับตัวพิมกลับไปยังพระราชวังเพื่อสำเร็จโทษต่อหน้าหมู่ทาสและกลุ่มประชาชนทั้งหมด เทียนบัดนี้กำลังเรียนรู้และก้าวเข้าสู่วิถีสมาธิอันสงบนิ่งต้องยอมละตัวเองออกจากดวงจิตอันบริสุทธิ์เพื่อเผชิญกับวิบากกรรมและขวากหนามที่เป็นอุปสรรคซึ่งถูกลิขิตไว้อย่างไม่จบสิ้นจากเหล่าอริราชและศัตรูอันชั่วร้ายที่ยังคงหมายคร่าเอาชีวิต ไม่ว่าจะเป็นภูติสางกาหรือพระยาราชเสนาเอง ในขณะที่ความแค้นและพลังด้านมืดในจิตของเทียนเองก็พร้อมที่จะถาโถมเข้าครอบงำ ทำลาย และทำร้ายเทียนตลอดเวลา ทางเดียวที่จะเอาชนะกรรมที่เริ่มก่อตัวขึ้น นั่นคือต้องเผชิญหน้าและเรียนรู้ที่จะควบคุมและเอาชนะจิตใจตนเองให้ได้

Ong Bak 3

หลังจากเราดู หนังชนโรงHD จบเราว่ามันแย่จากสองภาคแรกประมาณหนึ่งเลย สิ่งแรกที่อยากจะพูดถึงก็คงหนีไม่พ้นของบทหนังที่ขาดความสมเหตุสมผล อ๊ะ พอมาถึงตรงนี้ หลายคนก็อาจค้านแล้วว่า “มันก็หนังแอ็คชั่น จะเอาอะไรนักหนา” ใช่ มันคือหนังแอ็คชั่นที่ความจริงแล้วคุณไม่จำเป็นต้องใส่ใจในรายละเอียดของบทหนังมากเกินไปนัก เราอยากให้เป็นอย่างนั้น แต่ด้วยเสียงวิจารณ์และความกดดันที่ได้รับจากสื่อและคนดูต่างๆจากหนังเรื่อง “องค์บาก” และ “ต้มยำกุ้ง” ที่หลายคนยังจำได้ดีถึงการตามหาคน สัตว์ สิ่งของ ที่มีประโยคเด็ดอย่าง “ช้างตูอยู่ไหน? ”นั่นเองที่ทำให้ตัวหนังองค์บาก 2 และ 3 พยายามที่จะให้ความสำคัญกับตัวบทมากขึ้น เพิ่มความเป็นดราม่าให้กับตัวละคร ซึ่งเราเชื่อว่าคนส่วนใหญ่นั้นเข้าไม่ได้ต้องการที่จะเห็นในจุดนี้หรอกแต่มีบ้างก็ดี แต่ใดใดคือฉากต่อสู้ยังพอผ่านได้