Lavender | กลิ่นรักกรุ่นหัวใจ (2000)

Lavender

Lavender | กลิ่นรักกรุ่นหัวใจ (2000)

สำหรับช่วงนี้ฝนตกแล้วเหงาๆ แถมวันหยุดยังเยอะมากเหลือเกินเดือน นี้มากจนหลายคนที่ไม่รู้ว่าจะออกไปเที่ยวไหนอาจจะกำลังมองหาหนังจีนโรแมนติก ดราม่าๆ เรียกน้ำตา ไว้เก็บเป็นหนังดูในช่วงวันหยุดกัน หลายๆ คนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ไม่รู้ว่าควรเลือกดูเรื่องไหนดีเราแนะนำ Lavender กลิ่นรักกรุ่นหัวใจ หนังรักจาก เว็บดูหนัง ควรหาดูกัน

Lavender  กลิ่นรักกรุ่นหัวใจ เป็นภาพยนตร์แนว โรแมนติก Romance ชีวิตของหญิงสาวเปลี่ยนไปเมื่อทูตสวรรค์ที่มีปีกหักลงมาที่ระเบียงของเธออาเธน่า (Kelly Chen) เป็นครูสอนการบำบัดกลิ่นหอมและเจ้าของร้านน้ำหอม เธอเหงาและหดหู่ ชีวิตเธอว่างเปล่า เธอโหยหาและคิดถึงแอนดริว แฟนที่ตายไปแล้วของเธอ ในแต่ละวันเธอซื้อบอลลูนฮีเลียม เขียนข้อความบนบอลลูนและปล่อยมันออกไปสู่ท้องฟ้า หวังว่ามันจะถึงแอนดรูว์ วันและคืนผ่านไปโดยไม่มีอะไรน่าประหลาดใจมากนักจนกระทั่งคืนหนึ่งเมื่อทูตสวรรค์ชื่อแองเจิล (ทาเคชิ คาเนชิโร่) กระแทกระเบียงอพาร์ตเมนต์ของเธอ ตอนแรกเธอคิดว่าเขาเป็นขโมย จนกระทั่งเขาอธิบายกับเธอว่าเขาเป็นเทวดาที่บาดเจ็บ ไม่สามารถกลับสวรรค์ได้จนกว่าประตูศักดิ์สิทธิ์จะเปิด และเขาจะต้องรวบรวมความรักเพื่อที่จะสามารถบินอีกครั้ง นางปล่อยให้เขาอยู่ที่บ้านของนาง จนกว่าเขาจะกลับสวรรค์ได้ แต่เขาต้องเป็นผู้รับใช้ของนาง เพื่อตอบแทนการอยู่ที่บ้านของนาง เขาบอกเธอว่าเขาจะไม่รบกวนอะไรมาก เนื่องจากเขาไม่ได้กินอาหารของมนุษย์ เพราะเขามีชีวิตอยู่ได้เพราะมนุษย์เท่านั้นที่มอบความรักให้

กลิ่นรักกรุ่นหัวใจ

ขณะที่กำลังกลับบ้านจากธุระช้อปปิ้งด้วยกัน ทั้งคู่ก็วิ่งไปหาเพื่อนบ้านที่เป็นเกย์จอมจุ้นของอาเธน่า (อีสัน ชาน) เพื่อนบ้านคู่ซี้ของอาเธน่า เชาเชาถูกตีทันทีกับแองเจิ้ลและตกหลุมรักเขาในสายตาแรก คืนนั้นเชาเชาชวนตัวเองและสุนัขของเขา (ชื่อเชาเชาเชาด้วย) ซึ่งบังเอิญเป็นเชาเชาสายพันธุ์หนึ่ง มาคุยกับแองเจิ้ลที่บ้านของเอเธนน่า ขณะที่คุยกับเชาเชา แองเจิ้ลได้เรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอาเธน่าและเชาเชาเชากับอาเธน่า แอนดริว แฟนหนุ่มของอาเธน่าที่เสียชีวิตยังเป็นเพื่อนสมัยเด็กของเชาด้วย เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้กับแอนดริวเชาจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่ตรงข้ามห้องโถงของเชา  แองเจิ้ลยังพบว่าแอนดริวเป็นเจ้าหน้าที่ทีม SDU ที่เสียชีวิตกะทันหันด้วยอาการฮีทสโตรกในวันฝึกซ้อมทั่วไป และอาเธน่าไม่เคยลืมการตายของเขาเลยแองเจิ้ลและเชาเชาเชาเป็นเพื่อนที่รวดเร็ว ทุกคืนเชาเชาเชาพาแองเจิ้ลออกคลับกับเขา ที่ซึ่งแองเจิ้ลได้รับความรักและเงินจากผู้หญิงที่เต้นรำด้วย แองเจิลใช้เงินที่เขาหามาได้เพื่อซื้อรองเท้าหลายคู่ เมื่อเอเธนน่าถามว่าทำไมเขาถึงเอารองเท้ามาให้เธอหลายคู่ เพราะสวรรค์ไม่มีรองเท้า 

แม้รองเท้าคู่ใหม่ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ แองเจิลก็ยังชอบใส่รองเท้าบู๊ทเก่าที่เอเธนน่าให้มากกว่า อาเธน่าไม่เห็นด้วยกับมิตรภาพที่เพิ่งค้นพบของแองเจิ้ลและเชาเชา และบอกแองเจิ้ลว่าอย่าคบหากับเชาเชาอีกต่อไป เพราะเห็นว่าเชาเชาเป็นอิทธิพลที่ไม่ดีเมื่อเห็นว่าอาเธน่าไม่เคยลืมแอนดริว เขาพยายามช่วยเธอก้าวต่อไป ด้วยความช่วยเหลือของเชาเชาเชา พวกเขาตัดสินใจจัดปาร์ตี้ชายโสดที่บ้านเธอ เพื่อจัดฉากให้เธออยู่กับใครสักคน เธอโกรธปาร์ตี้ของพวกเขาและตอบโต้ด้วยการโยนรองเท้าทายทั้งหมดออกไป ไม่นานแองเจิ้ลก็พบว่ารองเท้าคู่โปรดของเขาก็ถูกโยนทิ้งเช่นกัน เขาออกจากบ้านของอาเธน่าไปหลายวันเพื่อหารองเท้าที่หายไปของเขา อาเธน่าและเชาเชาต่างโต้เถียงกันอย่างดุเดือดเกี่ยวกับการกระทำของอาเธน่าที่ทำให้แองเจิ้ลต้องจากไป ทั้งสองตระหนักดีถึงตำแหน่งของแองเจิ้ลในใจและแยกย้ายกันออกไปตามหาเขา อาเธน่าพบทูตสวรรค์ผู้ร่าเริงกำลังเปียกโชกขณะที่เขาพบรองเท้าที่หายไป พวกเขากลับไปที่บ้านของเอเธนน่าและพูดคุยกันอย่างอบอุ่น.

Lavender

ไม่ได้นึกถึงหนังเรื่องนี้มานานแล้ว แต่เราเคยดูตอนเด็ก เป็นความสุขใจจริงๆ นะเราว่า  ที่ได้นึกถึงหนังรักโรแมนติกดีๆ สักเรื่องหนึ่ง รู้สึกว่าหนังจาก เว็บดูหนัง ก็ยังคงเศร้า อยู่ดี เราว่าหนังมันทำหน้าที่ได้ดีเพราะวัตถุดิบดี แม้อาจจะรู้สึกว่ามันก็มีความเพ้อๆ ฝันๆ ประมาณหนึ่ง แต่ก็เป็นหนังรักดราม่าที่ดี

I Am A Hero | ข้าคือฮีโร่ (2015)

I Am A Hero

I Am A Hero | ข้าคือฮีโร่ (2015)

วันนี้เราอยากแนะนำภาพยนตร์จากมังงะที่เราว่าดีนะ I Am A Hero  ข้าคือฮีโร่ เป็นภาพยนตร์ที่มีเค้าโครงเรื่องมาจากมังงะสุดสยอง ที่วาดโดย เคนโกะ ฮานาซาวะ เป็นเรื่องราวของ ซูซูกิ ฮิเดโอะ (โย โออิซึมิ ) นักเขียนการ์ตูนมังงะที่โคตรซื่อบื้อ ทื่อ ดูพึ่งพาไม่ได้ เขียนการ์ตูนมากี่เรื่องก็โดนปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า  เว็บดูหนัง เรียกได้ว่าเป็นคนห่วยๆคนนึงนี่แหละ จนทำให้เค้ากลายเป็นคนไม่มั่นใจและยังแอบมโนถึงภารกิจสุดกล้าหาญที่ไม่กล้าทำในชีวิตจริงอยู่บ่อยๆ ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปหลังจากที่เชื้อไวรัส ZQN แพร่ระบาดในญี่ปุ่นจนกลายเป็นซอมบี้กันทั้งเมือง

I Am A Hero  ข้าคือฮีโร่  เป็นภาพยนตร์แนว แอคชั่น Action  ฮิเดโอะ ซูซูกิ (Yô Ôizumi) ชายที่ใช้ชีวิตไปวันๆ กับอาชีพเขียนการ์ตูนที่เป็นได้แค่ผู้ช่วยที่ไม่อาจขึ้นตำแหน่งนักเขียนการ์ตูนได้เพราะความไม่เอาไหนของตัวเอง จากความไม่สำเร็จทำให้กลายเป็นคนขาดความมั่นใจจนมีอาการคิดไปเองในโลกจินตนาการอยู่ประจำ ฮิเดโอะไม่มีอะไรที่ดีกว่าใครอื่นได้เพราะไม่มีความแน่วแน่ของตัวเองและหลงอยู่ในจินตนาการที่กล้าได้แค่ในความคิดแต่ทำจริงไม่ได้ ทว่าเรื่องของชายที่ไม่เอาไหนเพราะขาดความกล้าต้องประสบเรื่องที่เลวร้ายเมื่อเชื้อไวรัส ZQN ได้ระบาดในประเทศญี่ปุ่น เจ้าเชื้อไวรัสนี้เองได้พรากคนสำคัญมากมายไปต่อหน้าฮิเดโอะอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง ขนาดคนทั้งเมืองต้องวิ่งหนีเชื้อไวรัสนี้อย่างเอาเป็นเอาตาย จนกระทั่งได้เพื่อนร่วมทางเป็นเด็กสาวมัธยมปลายชื่อว่าฮิโรมิ ฮายาคาริ (Kasumi Arimura) ที่หนีตายมาด้วยกันอย่างบังเอิญ

ข้าคือฮีโร่

แม้จะไม่เคยอ่านมังงะมาก่อนแต่พอมีเสน่ห์อยู่ไม่น้อยในเรื่องของลูกเล่นหรือความกลมกลืนที่ไม่น่าเป็นไปได้อย่างอารมณ์ขันในยามคับคัน ความเหมาะเจาะที่พอดิบพอดีทำให้ช่วงแรกของการเล่าเรื่องเป็นไปอย่างลื่นไหลทั้งที่หลายอย่างตายตัวจนเดาได้ ส่วนจะยังไงนั้นในช่วงแรกจะพูดถึงชีวิตฮิเดโอะที่แสนเหนื่อยล้ากับการจมปลักอยู่กับที่จนชีวิตคู่รักไม่มีความสุข แน่นอนว่าการเกริ่นเรื่องราวชีวิตที่แสนรันทดล้วนมาจากเขาเป็นส่วนใหญ่ นั้นจึงเป็นคำตอบว่าทำไมถึงไม่ได้ดีอย่างคนอื่น แม้แต่การสานฝันเป็นนักเขียนการ์ตูนชื่อดังยังไม่อาจทำได้ ด้วยความผิดหวังต่อการดำเนินชีวิตจึงมักจินตนาการถึงอีกด้านของตนเพื่อปลอบใจแม้จะเป็นเรื่องโกหกก็ตาม ด้วยภาพลักษณ์ของชายขี้แพ้ที่แม้จะพยายามก็ไม่อาจให้อยู่สูงกว่าเดิมจนมีสภาพที่ยอมแพ้ต่อความเป็นจริงและสร้างตัวตนอีกด้านที่ตรงกันข้ามเป็นการปลอบใจตัวเอง ทั้งหมดนี้คือบทของพระเอกในเรื่องที่ไม่ได้มีความกล้าหรือคิดเผชิญต่อปัญหาแต่อย่างใด จุดเด่นของฮิเดโอะมีปืนลูกซองที่พกติดตัวหลังจากเชื้อไวรัส ZQN ระบาด ทว่าปืนที่พกมาไม่ต่างกับไม้ที่ถือให้หนักโดยเปล่าประโยชน์ นั้นเพราะฮิเดโอะแทบจะไม่เคยได้ใช้ยิงเลยสักครั้ง (เว้นในจินตนาการ) ด้วยความเป็นคนขาดความกล้าจึงเป็นเรื่องตลกที่คนอย่างเขาสามารถอยู่รอดมาได้ แต่การอยู่รอดของฮิเดโอะไม่ได้มีแค่เขาเพียงลำพังเพราะกว่าจะพ้นวิกฤติมาได้ต้องจับพลัดจับผลูมาเจอกับฮิโรมิที่เผอิญร่วมทางกันอย่างไม่ตั้งใจก่อนจะมารู้ทีหลังว่าเธอได้ติดเชื้อ ซึ่งประเด็นต่อจากนี้ช่วยทำให้มิติซอมบี้สนุกมากขึ้นและไม่ใช่ทุกครั้งที่เชื้อไวรัสคือสิ่งเลวร้ายเสมอไป

ฮิโรมินับเป็นตัวละครที่ขาวสะอาดที่สุดในเรื่องจากความอ่อนโยนและท่าทางจนกลายเป็นมุมน่ารักของเรื่องที่ช่วยให้ความเลวร้ายของหนังเบาลงอย่างน่าเหลือเชื่อ ทว่าในขณะที่ทุกอย่างไปได้ดีก็ต้องประสบเรื่องน่าหดหู่เพราะฮิโรมิติดเชื้ออยู่ก่อน ที่แสดงอาการช้ากว่าคนอื่นเพราะติดเชื้อมาจากเด็กจึงอาจรับเชื้อมาไม่มาก กระนั้นสุดท้ายฮิโรมิต้องกลายเป็นซอมบี้ในที่สุด การตัดสินใจเลือกของฮิเดโอะที่ต้องทิ้งฮิโรมินับเป็นการทำร้ายจิตใจช่วงหนึ่งเพราะทุกอย่างอยู่ในช่วงพักจากวิกฤติที่ถาโถมอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นเรื่อง แต่แล้วสิ่งที่ทำให้ฮิโรมิแตกต่างจากซอมบี้ทุกตัวคือการปรากฎกายช่วยฮิเดโอะให้พ้นจากซอมบี้ตัวอื่น ซึ่งตัวฮิโรมิที่เป็นซอมบี้ไม่ได้มีอยากกัดหรืออาละวาดอย่างที่คนอื่นติดเชื้อ

I Am A Hero

หลังเราดูภาพยนตร์จาก เว็บดูหนังHD หนังซอมบี้สัญชาติญี่ปุ่นที่แปลกกว่าหนังซอมบี้หลายเรื่องตรงตัวตนของซอมบี้ไม่ใช่พวกกระหายเลือดเนื้อเสมอไป การติดเชื้อไวรัสไม่ได้ส่งผลแบบซ้ำซากด้วยอาการคลุ้มคลั่งจนขาดมิติตัวละครเพราะแฝงพฤติกรรมยึดติดในอดีตราวกับจมปลักแต่เรื่องเดิมๆ กระนั้นหลายอย่างที่สดใหม่ก็ไม่อาจหนีพ้นพล็อตเรื่องการเอาตัวรอดที่ไม่แตกต่างกันมากเท่าไร การมุ่งเน้นไปที่ตัวละครที่มีปมด้อยถือว่าจับจุดได้อย่างดี น่าเสียดายที่ปมประเด็นดังกล่าวไม่ได้รับการถ่ายทอดที่หนักแน่นพอในส่วนด้านมืดของจิตใจมนุษย์ ในเรื่องไม่ใช่ทุกคนจะเป็นคนดีและไม่ใช่ทุกคนจะเป็นคนเลว ในตอนท้ายจะเห็นอะไรหลายอย่าง

The Third Murder | กับดักฆาตกรรมครั้งที่ 3 (2017)

The Third Murder

The Third Murder | กับดักฆาตกรรมครั้งที่ 3 (2017)

ใครๆก็ชอบการไขปริศนา เราจึงขอแนะนำหนังแนวสืบสวนจาก เว็บดูหนังออนไลน์ เป็นหนังประเภทหนึ่งในอุตสาหกรรมหนังที่ใครหลายคนให้ความสนใจ และถ้าสังเกตให้ดีเราก็มักจะพบนังสืบสวนในภาพยนตร์หลายๆ เรื่องได้รับความสนใจ เนื่องจากมีพล็อตเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งมักจะมีจุดเริ่มต้นมาจากความขัดแย้ง หรือปริศนาสำคัญบางอย่างภายในเนื้อเรื่องที่รอคอยให้ตัวละครไปไขความจริง และนี่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความน่าตื่นเต้นและน่าติดตามของหนังประเภทนี้นั่นเอง The Third Murder  กับดักฆาตกรรมครั้งที่ 3 มีความน่าสนใจมากเพราะรอจะคล้ายตามพระเอกเพื่อหาความจริงเกี่ยวกับคด 

The Third Murder  กับดักฆาตกรรมครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นภาพยนตร์แนว ระทึกขวัญ Thriller ว่าด้วยคำสารภาพผิดของชายคนหนึ่งที่มีความน่าสงสัยว่าแท้จริงแล้วเขาได้ทำการฆ่าคนจริงๆ หรือเปล่า ความน่าสงสัยของคดีฆาตกรรมถูกผูกโยงเงื่อนงำตั้งแต่การสร้างภาพไปจนถึงข้อมูลจริง+เท็จต่างๆ จนทำให้ทีมทนายความต้องตามสืบหาความจริงเพื่อช่วยเหลือลูกความในการลดโทษประหารชีวิต ความน่าสนใจคือผู้กำกับ ‘โคเรเอดะ ฮิโรคาสึ’ ใช้ภาพเหตุการณ์สอดแทรกเนื้อเรื่องอยู่ตลอดเวลาซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อคำสารภาพผิดหรือคำให้การของตัวละครในเรื่องจนไม่สามารถแยกแยะหาข้อสรุปได้ว่าใครกันคือฆาตกรตัวจริง และเรื่องไหนในภาพเหตุการณ์นั้นคือเรื่องจริง จนไปถึงว่าทำไมต้องลงมือฆ่าด้วย ตัวละครในเรื่องจึงถูกฉาบหน้าไว้ด้วยคำโกหกที่เราไม่สามารถสรุปได้เลยจนจบเรื่อง อย่างไรก็ตาม งานนี้ยังมีข้อความที่น่าสนใจของโทษประหารชีวิตต่อผู้ที่ยอมรับสารภาพผิดแทน จนเป็นจุดที่หนังสามารถพาเราไปตั้งคำถามต่อโทษประหารชีวิตได้อย่างลึกซึ้ง

กับดักฆาตกรรมครั้งที่ 3

วิธีการถ่ายภาพและมุมกล้องที่โฟกัสไปที่ใบหน้าของตัวละครยังสะท้อนภาวะความรู้สึกต่อคำสารภาพได้อย่างดีมาก ผนวกด้วยการแสดงคุณภาพของเหล่านักแสดงที่ช่วยให้ฉากอารมณ์ดราม่าดูเคร่งขรึมจริงจัง และบีบคั้นความรู้สึกช่วงขณะที่ดู ‘ที่นี่ไม่มีใครพูดความจริง’ แต่ความจริงคือต้องมีใครสักคนในเรื่องพูดความจริง และเราก็พยายามมองหาความจริงในเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปพร้อมกับตัวละคร ตัวหนังต้องใช้สมาธิในการเก็บรายละเอียดต่างๆ ค่อนข้างเยอะและมีการดำเนินเรื่องราวช้าๆตามสไตล์ผู้กำกับที่เคยฝากงานไว้อย่าง After the Storm, Our Little Sister, I Wish, Like Father, Like Son, Nobody Knows ที่กลายเป็นหนังในดวงใจของใครหลายๆ คน เพียงแต่งานนี้ไม่ได้เล่นประเด็นของครอบครัวหนักๆ เหมือนที่ตัวผู้กำกับชอบทำและถนัดมือ รวมถึงอารมณ์ผ่อนคลายสบายๆ เพลินๆ ก็แทบไม่มีให้เห็น

การเลือกหยิบจับประเด็นที่ต่างออกไปจากเดิมจึงอาจทำให้ความไหลลื่นของตัวงานดูลดลงไปเมื่อเทียบกับงานก่อนหน้า แต่สิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชมใน ‘The Third Murder’ คือการหยิบพล็อตเรื่องที่สามารถเล่าได้อย่างง่ายๆ มาทำให้ดูมีมิติเชิงลึกมากขึ้นและไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเบื่อในเรื่องราวสลับซับซ้อนนี้ สำหรับเราตัวหนังจึงเปรียบเสมือนการเสียดสีความเป็นมนุษย์ในแง่ของความดีความเลว ที่ไม่ได้มีสีขาว-ดำ เพียงอย่างเดียว ความเทาๆ ของตัวละครจึงสะท้อนออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งเราไม่สามารถระบุได้เลยว่าคนดีจะไม่มีทางไปเป็นคนเลว หรือคนเลวจะกลับตัวมาเป็นคนดี ในสังคมที่อาศัยอยู่ เราไม่สามารถตีตราความดีความเลวใดๆ ได้เลยอย่างแท้จริง

The Third Murder

เราว่ามันเป็นภาพยนตร์จาก เว็บดูหนังออนไลน์HD ที่สะท้อนความเป็นมนุษย์ที่ไม่มีดีหรือเลวอย่างชัดเจน จนทำให้กระบวนการยุติธรรมต่างๆ ที่เราใช้ตีตราความผิด ถูกวิพากษ์ด้วยความย้อนแย้งของกระบวนการนั้นเสียเอง กระบวนการที่ยึดหลักความถูกต้องและเที่ยงตรงกลับถูกความเท็จหลอกล่อจนหมดหนทางที่จะเอาชนะได้ หรือกระทั่งการดำรงอยู่ของชีวิตเรา ที่มีทั้งการถูกคนด่าว่า ถูกคนชม และถูกคนพิพากษา หรือบ่อยครั้งที่เราก็ทำหน้าที่พิพากษาคนนั้นคนนี้ตามความคิดของเรา สังคมจึงสร้างคนที่ไม่เห็นคุณค่าของคนอื่นขึ้นมาและลงมือฆ่าคนหรือพิพากษาชีวิตคนตามใจชอบ สุดท้าย แม้ว่าตัวงานจะเต็มไปด้วยคำถามปลายเปิด แต่บางข้อความที่หนังนำเสนอก็สามารถเป็นคำตอบต่อเรื่องราวภายในเรื่องได้เหมือนกัน ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงมีความพิเศษมากๆ เรื่องหนึ่ง

Crying Freeman | น้ำตาเพชฌฆาต (1995)

Crying Freeman

Crying Freeman | น้ำตาเพชฌฆาต (1995)

Crying freeman น้ำตาเพชฌฆาต เป็นมังงะ เรื่องโดย Kazuo Koike เขาถือว่าเป็นนักเขียนสคริปการ์ตูนชื่อดังของญี่ปุ่น มีผลงานมากมาย เว็บดูหนังออนไลน์ เช่น Galgo13 (มือปราบ Galgo13) Kozure Ookami (ซามูไร พ่อลูกอ่อน) Crying freeman (น้ำตาเพชฌฆาต) Mad Bull 34 (มือปราบปืนโหด) นอกจากนี้เขายังเป็นผู้เขียนบท Wolverline ให้กับ Marvel อีกด้วยภาพโดย Ryoichi Ikegami เขาถือเป็นนักเขียนการ์ตูนมือดีของญี่ปุ่นและถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ในปี 1995 กับเรื่อง 

Crying freeman  น้ำตาเพชฌฆาต เป็นภาพยนตร์แนว แอคชั่น Action ขณะที่วาดภาพภูมิทัศน์บนเนินเขาในซานฟรานซิสโก หญิงสาวชื่อเอมู โอฮาร่าเป็นพยานการฆาตกรรมสมาชิกยาคุซ่าชาวญี่ปุ่น เธอสังเกตว่าขณะที่นักฆ่ายืนไร้อารมณ์ต่อหน้าเธอ ตาของเขาเริ่มหลั่งน้ำตา นักฆ่าแนะนำตัวให้อีมูรู้จักในชื่อ “โย” หลายวันต่อมา หลังจากอีมูกลับไปที่แวนคูเวอร์ ประเทศบริติชโคลัมเบีย ชิโด ชิมาซากิได้ปรากฏตัวที่สถานีตำรวจท้องถิ่น ประกาศสงครามระหว่างตระกูลของเขา สมาคมฮากุชิน และ “ซอนส์ออฟเดอะดราก้อน” – สามเณรจีนที่สั่งให้สังหารลูกชายของชิมาซากิในซานฟรานซิสโก นักสืบอินเตอร์โพล เนดาห์ อธิบายว่า บุตรมังกรเป็นลูกหลานของพระพุทธศาสนา 108 ภิกษุผู้กบฏต่อรัชกาลแมนชูในประเทศจีนเมื่อหลายศตวรรษก่อน และ “ฟรีแมน” เป็นผู้นำความตายของพวกเขา จากนั้นชิมาซากิบอกทุกคนว่าเอมูเป็นเป้าหมายต่อไปของฟรีแมน เนื่องจากเธอเป็นพยานเพียงคนเดียวในการลอบสังหารลูกชายของเขา และรหัสของนักฆ่าคือบุคคลที่ได้รับชื่อฟรีแมนกลายเป็นการฆ่าครั้งต่อไปของเขา 

น้ำตาเพชฌฆาต

อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากการประชุมของพวกเขาถูกเลื่อนออกไป ชิมาซากิและบอดี้การ์ดของเขาถูกซุ่มโจมตีนอกเขตโดยฟรีแมนสวมหน้ากากและผู้ช่วยของเขาโคห์ หลังจากส่งบอดี้การ์ดและปิดการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจใกล้เคียง ฟรีแมนฆ่าชิมาซากิได้สำเร็จก่อนที่จะหนีไป ระหว่างการหลบหนีของเขา เขาผ่านเอมูซึ่งจำดวงตาของเขาผ่านหน้ากากของเขา ขณะที่ฟรีแมนและโคห์หนีออกจากที่เกิดเหตุ เอมูพูดชื่อโยด้วยความประหลาดใจของนักสืบฟอร์จซึ่งได้รับมอบหมายให้ปกป้องเธอต่อมาในคืนนั้น เอมูถูกเนต้าและฟอร์จสอบสวนเกี่ยวกับตัวตนของฟรีแมน เนื่องจากขาดหลักฐาน เธอได้รับการปล่อยตัวในไม่ช้าและได้รับการคุ้มกันกลับไปที่คฤหาสน์ของเธอ ขณะที่เนดาห์สำรวจเพอร์มิเตอร์ของคฤหาสน์ เขาพบว่าฟอร์จถูกกระแทกหมดสติและเขาพบกับริวจิและคิมี่ ฮานาดา ซึ่งออกไปอ้างศีรษะของฟรีแมนและยึดครองสมาคมฮากุชิน ภายในคฤหาสน์ เอมูพบว่าโยอยู่ในห้องของเธอและเริ่มยอมรับชะตากรรมของเธอ อย่างไรก็ตาม แทนที่จะฆ่าเธอ โยทำรักกับเธอก่อนที่สมาชิกของริวจิและแก๊งของเขาจะบุกเข้ามา โย่วฆ่าพวกโจรและทำร้ายริวจิ แต่อีมูถูกยิงในกระบวนการ ต่อต้านรหัสของเขาเอง โยพาอีมูไปที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หลังจากที่เธอหายดี เอมูก็ออกจากโรงพยาบาล

ตามล่าโดยเนดาห์และฟอร์จ อย่างไรก็ตาม รถของพวกเขาถูกชนโดยรถแทรกเตอร์-เทรลเลอร์ที่ขับเคลื่อนโดยยาคุซ่า และฟอร์จเสียชีวิตในอุบัติเหตุและระเบิดที่ตามมาเอมูเดินทางไปญี่ปุ่นและกลับมารวมตัวกับโยซึ่งบอกเธอเกี่ยวกับต้นกำเนิดของเขา หลายปีก่อน เขาคือ โย ฮิโนมูระ นักแกะสลักเครื่องปั้นดินเผาที่มีชื่อเสียง ที่สะดุดกับม้วนของลบในระหว่างการจัดแสดงของเขาในเมืองนิวยอร์ก คุณพัฒนารูปภาพในห้องน้ำของโรงแรมของเขา เผยให้เห็นถึงการทรมานและการประหารชีวิตของชายคนหนึ่งที่สวมรอยสักมังกรคล้ายกับที่เขาจะสวมใส่ในที่สุด ก่อนที่จะออกจากโรงแรมของเขา เขาถูกวางยาและถูกลักพาตัวโดยลูกชายของมังกร ผู้ซึ่งปลูกฝังข้อความใต้ผิวหนังเข้าไปในใจของเขาโดยใช้เทคนิคการฝังเข็ม ระหว่างภารกิจแรกของเขา ที่เขาฆ่าเจ้านายมาเฟีย อันโตนิโอ รอสซี่ เขาเริ่มหลั่งน้ำตา ดังนั้นชื่อของเขา Crying Freeman

Crying Freeman

สนุกมาก เป็นภาพยนตร์จาก เว็บดูหนังออนไลน์HD คลาสสิคและมีเสน่ห์แบบสุดๆ เป็นภาพยนต์ที่สร้างมาจากหนังสือการ์ตูน แล้วทำออกมาได้ดีไม่แพ้กันเลยทีเดียว ถึงแม้ตัวหนังจะมีการตัดกระชับเรื่องราวให้สั้นและจบรวดเร็วหากจะเทียบกับหนังสือการ์ตูน แต่ผมบอกเลยว่าแทบจะไม่มีผลอะไร ตัวหนังยังดูสนุกต่อเนื่องและต่อให้คุณไม่เคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อน ก็ยังชอบมันได้ไม่ยากเลย ด้วยความที่มันสร้างมาจากการ์ตูน 18+ ในหนังเราจะได้เห็นฉากการฆ่าชนิดที่ว่าดูกันจนตาแฉะ ใครจิตอ่อนก็ต้องระวังตัวประมาณหนึ่ง

Love Letter | ถามรักจากสายลม (1995)

Love Letter

Love Letter | ถามรักจากสายลม (1995)

Love Letter ถามรักจากสายลม เป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นจากการกำกับของ ชุนจิ อิวาอิ ที่ออกฉายช่วงปี 1995 หนังเรื่องนี้ก็จะมีอายุครบ 26 ปี ถ้าเปรียบเป็นคนก็คือเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อย่างเต็มตัวแล้ว และด้วยประเด็นของการก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดของชีวิตจากตัวละครหลักทั้งสองในเรื่อง เว็บดูหนังออนไลน์ ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักโรแมนติกที่พูดถึงการแอบรัก ความรู้สึกถวิลหาอดีต รวมถึงการเติบโตผ่านช่วงสำคัญของชีวิต ที่หลายๆ คนยกให้เป็นภาพยนตร์ในดวงใจ และเป็นแรงบันดาลใจต่อคนทำหนังเกี่ยวกับจดหมายรักในรุ่นหลังๆ รับอิทธิพลบางอย่างจากเรื่องนี้ไปโดยไม่รู้ตัวด้วย หนังดีมากๆ ไม่แปลกใจเลยว่าหนังเรื่องนี้คือหนังรักในตำนานของญี่ปุ่นแท้จริงที่เขาเล่าลือกัน.

Love Letter  ถามรักจากสายลม  เป็นภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama  หนังเปิดเรื่องด้วยภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่นอนเสียใจอย่างเดียวดายอยู่บนกองหิมะที่ขาวโพลน เธอมีชื่อว่า วาตานาเบะ ฮิโรโกะ หญิงสาวผู้ซึ่งสูญเสียสามีที่เพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นานจากอุบัติเหตุพลัดตกจากภูเขาระหว่างที่ไปปีนเขา และเธอกำลังเดินทางเพื่อไปงานรำลึกวันครบรอบการเสียชีวิตของ ฟูจิอิ อิทสึกิ ที่บ้านพ่อแม่ของสามีเธอ ซึ่งหนังใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีช่วงต้นเรื่องถ่ายทอดความรู้สึกของฮิโรโกะที่ยังไม่สามารถปล่อยวางจากคนรักได้อย่างแยบยล แม้เวลาจะผ่านไปนานถึงสองปี แต่เธอก็ยังไม่สามารถทำใจกับการสูญเสียสามีของตัวเองได้ แต่ก็ต้องกดความรู้สึกนี้ไว้ข้างใน

ถามรักจากสายลม

รอยยิ้มของเธอที่เราเห็นจึงแฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อยอยู่ลึกๆ ไม่เพียงแต่ฮิโรโกะเท่านั้นที่ไม่สามารถปล่อยวางจากคนที่รักได้ เราจะเห็นตัวละครในเรื่อง ทั้งเพื่อนสนิทของแม่ของสามีเธอเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน แม้จะทำปากแข็งบอกว่าไม่ได้คิดอะไรก็ตาม โดยจะเห็นได้จากการที่พวกเขายังคงเก็บห้องของลูกชายเอาไว้ในสภาพเดิมราวกับรอว่าสักวันหนึ่งเขาจะกลับมา   สิ่งที่ช่วยให้ประเด็นนี้ชัดเจนขึ้นคือการที่ฮิโรโกะเขียนจดหมายส่งไปให้สามีเธอตามที่อยู่เดิมที่ได้มาจากหนังสือรุ่นตอนเขาเรียนจบชั้นมัธยมปลาย ซึ่งอยู่ในเมืองโอตารุ จังหวัดฮอกไกโด โดยบ้านหลังเดิมของเขานั้นถูกเวนคืนไปทำเป็นทางหลวงนานแล้ว โดยข้อความในจดหมายนั้นมีใจความสั้นๆ ว่า ‘ฟูจิอิ อิทสึกิ ที่รัก คุณเป็นอย่างไรบ้าง ฉัน วาตานาเบะ ฮิโรโกะ สบายดี’  

เธอเลือกที่จะส่งจดหมายนี้ไปยังสถานที่ที่ไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว เพราะหวังแค่ว่าจดหมายฉบับนั้นจะถูกส่งไปถึงมือของสามีเธอที่อยู่บนสวรรค์  แต่ชีวิตก็มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นเสมอ เมื่อจดหมายนั้นถูกเขียนตอบกลับมา และชื่อของผู้ที่ส่งจดหมายกลับมาหาฮิโรโกะนั้น จ่าหน้าซองว่าจาก ‘ฟูจิอิ อิทสึกิ’ ซึ่งเป็นชื่อของสามีเธอนั่นเอง มาถึงตรงนี้ ถ้าใครที่ยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้อาจจะบอกว่า อ๋อ นี่คงเป็นหนังรักส่งจดหมายข้ามเวลา ปาฏิหาริย์ข้ามมิติต่างๆ สินะ แต่ไม่ใช่เลย หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีเรื่องเหนือธรรมชาติหรือการสวมรอยตอบจดหมายอะไรทั้งนั้น  คนที่ส่งมาคือ ฟูจิอิ อิทสึกิ จริงๆ แต่ ฟูจิอิ อิทสึกิ คนนี้เป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับฮิโรโกะราวกับฝาแฝด แต่เรื่องราวจะเป็นไงต่อ้องดูในหนังกันเอง

Love-Letter

หลังจากเราชมภาพยนตร์จาก เว็บดูหนังออนไลน์HD เราชอบมากๆ หนังมีการวางโครงเรื่องและใช้รูปแบบการเล่าที่น่าสนใจไม่ซ้ำใคร  หนังใช้ลูกเล่นของการส่งสารในหลายๆ รูปแบบเพื่อสร้างการเติบโตของตัวละคร  หนังมี Mood and Tone ที่ดีมากๆ รวมทั้งงานภาพเหมือนกับที่หนังใส่สัญญะทางภาพไว้ เมื่อเป็นเรื่องราวของฮิโรโกะโทนสีของภาพจะออกไปทางสีฟ้า หนาวๆ เหงาๆ แต่พอหนังเล่าไปทางฝั่งของ ฟูจิอิ อิทสึกิ โทนหนังจะออกเป็นสีเหลืองจากแสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องเข้ามา สะท้อนถึงความอบอุ่น แม้พวกเขาจะอาศัยอยู่ในเมืองที่หนาวเย็นก็ตาม เป็นภาพยนตร์ Classic อีกเรื่องที่ดูแล้วน่าจดจำมากๆ

Sunny Our Hearts Beat Together | วันนั้น วันนี้ เพื่อนกันตลอดไป (2018)

Sunny Our Hearts Beat Together

Sunny Our Hearts Beat Together | วันนั้น วันนี้ เพื่อนกันตลอดไป (2018)

เช่นเดียวกับความรัก มิตรภาพระหว่างเพื่อนเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ โดยเฉพาะในยามที่เรามอบให้กับคนที่ไม่รู้จัก หรือแม้กระทั่งกับคนที่เคยเกลียดชังกันอย่างมากที่สุด หากเปิดใจกว้างแล้วหยิบยื่นมิตรภาพให้แก่กัน เราอาจพบกับผลลัพธ์ที่เป็นมากกว่าความสัมพันธ์ฉันเพื่อน เว็บหนังHD แต่ในฐานะเพื่อนมนุษย์ ผู้เคารพความแตกต่างที่หลากหลายด้วยความรู้สึกเข้าถึงใจของกันและกัน วันนี้เราขอแนะนำภาพยนตร์เรื่อง Sunny Our Hearts Beat Together วันนั้นวันนี้เพื่อนกันตลอดไป ตอบโจทย์ดูแลคิดถึงมิตรภาพเพื่อนได้ซึ้งใจ

Sunny Our Hearts Beat Together  วันนั้นวันนี้เพื่อนกันตลอดไป เป็นภาพยนตร์แนว โรแมนติก Romance ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของแก๊งเพื่อนสาวสุดซี้วัยมัธยมปลายในยุค 90 ที่กลับมาเจอกันอีกครั้งในรอบ 20 ปี จากการเขียนบทภาพยนตร์พ่วงกำกับของ ฮิโตชิ โอเนะ จาก Bakuman หนังดัดแปลงมาจากภาพยนตร์เกาหลีชื่อ Sunny ในปี 2011 ควบคุมการสร้างโดย เก็งคิ คาวามุระ โปรดิวเซอร์ผู้สร้าง Your Nameขณะที่ในส่วนนักแสดงก็น่าสนใจ เพราะได้นักแสดงสาวรุ่นใหม่อย่าง ฮิโรเสะ ซึสึ จาก Our Little Sister, ยามาโมโตะ ไมกะ จาก After the Rain, อิเคดะ เอไลซา จาก Relife , โทมิตะ มิอุ จาก Switched, ทานาเบะ โมโมโกะ จาก Love and Lies และ โนดะ มิโอะ จาก Inuyashiki มาเล่นเป็นนักเรียนสาวยุค 90 ร่วมด้วย ฮารุมะ มิอุระ จาก Sky of Love ที่รับบทเป็นรุ่นพี่สุดหล่อในทางกลับกันในยุคปัจจุบันได้กลุ่มนักแสดงสาวรุ่นใหญ่หลายคนมาร่วมแสดงไม่ว่าจะเป็น ชิโนฮาระ เรียวโกะ จาก Kamikaze Girls, อิทายะ ยูกะ จาก Closed Note, วาตานาเบะ นาโอมิ จาก R100, โทโมซากะ ริเอะ จาก Oh My Zombie!, โคอิเกะ เอโกะ จาก Cape Nostalgia มาเล่นเป็นกลุ่มสาวสูงวัยที่กำลังเจอกับปัญหาชีวิตในทางที่ห่างกันไป เสริมทีมด้วย แฟรงกี้ ลิลี นักแสดงหนุ่มจอมเก๋ามากความสามารถจาก Shoplifters

วันนั้น วันนี้ เพื่อนกันตลอดไป

เรื่องย่อ Sunny เล่าถึง นามิ แม่บ้านในกรุงโตเกียวที่มีชีวิตแสนจะจำเจ เธอไม่ค่อยได้ติดต่อกับเพื่อนเก่าเท่าไหร่ จนวันหนึ่งบังเอิญได้พบกับ เซริกะ เพื่อนเก่าหัวหน้าแก๊งซันนี่ในวัยมัธยมปลาย ที่โรงพยาบาล แต่ เซริกะ ได้บอกข่าวร้ายกับ นามิ ว่าเธอเป็นมะเร็งและจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ความปรารถนาสุดท้ายก่อนจากโลกนี้ไปก็คือ อยากเจอเพื่อนๆ แก๊ง SUNNY ทุกคนอีกครั้ง เมื่อรู้อย่างนั้นแล้ว นามิ เลยพยายามติดต่อเพื่อนๆอีก 4 คนที่เหลือให้กลับมารวมตัวกันครบ 6 คนอีกครั้ง เพื่อหวนคืนความทรงจำที่พวกเธอทุกคนมีต่อกันก่อนที่ เซริกะ จะจากโลกนี้ไปหนังเล่าเรื่องราวตัดสลับไปมาระหว่างปี 1990 และ 2018 ถ่ายทอดเรื่องราว มิตรภาพ ความรัก ความผูกพัน ของกลุ่มเพื่อนสาวที่เคยสนิทแน่นแฟ้นในช่วงวัยรุ่น แต่เวลาผ่านไป 20 ปี พวกเขาก็แยกย้ายไปใช้ชีวิตตามทางของตัวเอง ไม่ได้เจอกันเลย เนื้อหาเล่นกับความ Nostalgia หรือโหยหาอดีต โดยมีกิมมิกคือการนำเสนอ แฟชั่น การแต่งตัว เพลง และ ไลฟ์สไตล์ของสาวญี่ปุ่นในยุค 90 ยุคที่หลายต่อหลายคนคิดถึง เพราะเต็มไปด้วยเสน่ห์ สมัยที่เทคโนโลยียังไม่เข้ามามีผลต่อชีวิตประจำวัน เราจึงรู้สึกว่าความสัมพันธ์กับผู้คนในยุคนั้นเต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป 22 ปี ตัวละครแต่ละตัวดูจะมีความสุขน้อยกว่าตอนที่พวกเธอยังเป็นสาวๆ กลุ่มซันนี่จึงรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้นึกถึง ถุงเท้าหลวมๆ หรือ ลูสซ็อก เพลงเจป็อปเพราะๆ การเต้นโคเวอร์ เพจเจอร์ ตู้สติกเกอร์ ห้องคาราโอเกะฯ ที่เคยได้รับความนิยมอย่างสูง ทว่าตอนนี้ก็สูญหายไปตามกาลเวลา รวมถึงมีการเปรียบเทียบวิถีชีวิตของสาววัยุร่นสองยุค จุดนี้ผู้กำกับนำเสนอออกมาได้น่าสนใจ หนังสร้างเสียงหัวเราะ สลับกับ เรียกนํ้าตา ผ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ความฝัน รักแรก อกหัก และมิตรภาพของเพื่อนสนิท

Sunny Our Hearts Beat Together

โดยรวมเป็นหนังจาก เว็บหนัง ที่ดูง่าย ชวนยิ้ม เป็นยาคลายเครียดชั้นดี แถมอารมณ์ความซึ้งของมิตรภาพจัดเต็ม ขนาดดูจบ แอดยังรู้สึกว่าอยากดูอีกรอบ น้อยเรื่องนะที่จบแล้วจะทำให้รู้สึกว่าอยากดูอีก อยากให้บ้านเราซื้อมาทำเวอร์ชั่นตัวเองมากๆ แน่นอนว่าทุกหนังฟีลกู้ดส่วนใหญ่ที่มีช่วงเวลาสุขสันต์ ก็มักจะมีช่วงเวลาที่พลิกผัน ตามมา ความสัมพันธ์ของกลุ่มซันนี่ หรือรักแรกที่ไม่สมหวัง หรือเหตุการณ์  ที่มันเป็นเหตุผลที่บอกว่าทำไมช่วงเวลาหลายปีมานี้ พวกเธอไม่เจอหน้ากันอีกเลย

Departures | ความสุขนั้นนิรันดร (2008)

Departures

Departures | ความสุขนั้นนิรันดร (2008)

แน่นอนว่าการเลือกชมภาพยนตร์นั้นก็ตามแต่ความชอบของแต่ละบุคคล ทว่า หนังแนวดราม่าหรือหนังชีวิตที่มักจะมีตอนจบที่สวยงามหรือหม่นเศร้า กลับเป็นหนึ่งในแนวหนังที่ไม่ว่าเวลาผ่านไปแค่ไหนก็ยังอยู่ในใจใครหลายคน ภาพยนตร์แนวดราม่าที่เมื่อดูจบแล้ว หนังชนโรง ไม่ใช่แค่ความประทับใจแต่คุณจะได้รับแง่คิดที่สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตได้ไม่น้อยเลยทีเดียว Departures ความสุขนั้นนิรันดร ตอบโจทย์ความเป็นดราม่าได้น่าสนใจ

Departures  ความสุขนั้นนิรันดร เป็นภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama ไดโกะ โคบายาชิ  เสียงานเป็นนักเชลโล่เมื่อวงออเคสตร้าของเขาถูกยุบ เขาและภรรยาของเขามิกะ  ย้ายจากโตเกียวไปยังบ้านเกิดของเขาในยามากาตะ ที่ซึ่งพวกเขาอาศัยอยู่ในบ้านวัยเด็กของเขาซึ่งถูกทิ้งไว้ให้เขาเมื่อแม่ของเขาเสียชีวิตเมื่อสองปีก่อนหน้านั้น มีร้านกาแฟที่พ่อของไดโก้ได้ดำเนินการก่อนที่เขาจะหนีไปกับสาวเสิร์ฟเมื่อไดโก้อายุหกขวบ ตั้งแต่นั้นมาทั้งสองไม่ได้ติดต่อกัน ไดโกะรู้สึกเกลียดชังพ่อของเขาและรู้สึกผิดที่ไม่ได้ดูแลแม่ของเขาดีขึ้น เขายังคงเก็บ “ตัวอักษรหิน” ซึ่งเป็นหินที่ได้รับการกล่าวว่าถ่ายทอดความหมายผ่านเนื้อเยื่อของมัน ซึ่งพ่อของเขาได้ให้ไว้หลายปีก่อนหน้านี้ไดโก้หาโฆษณาหางาน “ช่วยออกเดินทาง” สมมุติว่าเป็นงานในสำนักงานท่องเที่ยว เขาไปสัมภาษณ์ที่สำนักงานตัวแทนเอ็นเค และเรียนรู้จากเลขานุการ ยูริโกะ คามิมูระ ว่าเขาจะเตรียมศพสำหรับการเผาศพในพิธีที่รู้จักกันในนามการฝังศพ แม้จะลังเล แต่ไดโกะก็ถูกจ้างในสถานที่และได้รับเงินสดล่วงหน้าจากเจ้านายคนใหม่ของเขา ซาซากิ ดาอิโก้ลังเลเกี่ยวกับหน้าที่ของเขาและซ่อนลักษณะที่แท้จริงของงานจากมิกะ

ความสุขนั้นนิรันดร

งานแรกของเขาคือการช่วยเหลือผู้หญิงที่เสียชีวิตที่บ้านและไม่ถูกค้นพบเป็นเวลาสองสัปดาห์ เขาถูกครอบงำด้วยอาการคลื่นไส้และในภายหลังถูกขายหน้าเมื่อคนแปลกหน้าบนรถเมล์ตรวจพบกลิ่นที่ไม่เอื้ออำนวยบนตัวเขา เพื่อทำความสะอาดตัวเอง เขาไปอาบน้ำสาธารณะที่เขาเคยไปบ่อยในวัยเด็ก เป็นของซึยาโกะ ยามาชิตะ แม่ของอดีตเพื่อนร่วมชั้นของแดโกะเมื่อเวลาผ่านไป ดาอิโก้รู้สึกสบายใจกับอาชีพของเขาเมื่อเขาทำหน้าที่หลายอย่างสำเร็จและประสบกับความขอบคุณจากครอบครัวของผู้เสียชีวิต แม้ว่าเขาจะเผชิญกับการเหยียดหยามทางสังคม แต่ไดโก้ปฏิเสธที่จะลาออก แม้ว่ามิกะจะค้นพบดีวีดีการฝึกอบรมที่เขาเล่นศพและปล่อยให้เขากลับไปที่บ้านพ่อแม่ของเธอในโตเกียว อดีตเพื่อนร่วมชั้นของไดโกะ ยามาชิตะ ยืนยันว่าช่างศพจะพบสายงานที่น่าเคารพมากขึ้นและจนกว่าจะถึงตอนนั้นจะหลีกเลี่ยงเขาและครอบครัวของเขา

หลังจากผ่านไปไม่กี่เดือน มิกะก็กลับมาและประกาศว่าเธอตั้งครรภ์ เธอแสดงความหวังว่าไดโก้จะหางานที่ลูกของพวกเขาภูมิใจได้ ในระหว่างการโต้แย้งที่ตามมา ดาอิโก้ได้รับโทรศัพท์ขอความร่วมมือแก่นางยามาชิตะ ไดโกะเตรียมศพไว้ต่อหน้าทั้งครอบครัวยามาชิตะและมิกะที่เคยรู้จักเจ้าของอ่างอาบน้ำสาธารณะ พิธีกรรมนี้ทำให้เขาได้รับความเคารพจากทุกคนที่ปรากฏตัว และมิกะหยุดยืนกรานว่าไดโกะจะเปลี่ยนงานบางเวลาต่อมา พวกเขาเรียนรู้ถึงการตายของพ่อของไดโก้ ดาอิโก้ประสบกับความรู้สึกโกรธใหม่และบอกคนอื่นๆ ที่สำนักงานเอ็นเคว่าเขาปฏิเสธที่จะจัดการกับร่างกายของพ่อของเขา รู้สึกอับอายที่ทอดทิ้งลูกชายตัวเองมานานแล้ว ยูริโกะเล่าเรื่องนี้ให้แดโกะฟังเพื่อพยายามเปลี่ยนใจ ดาอิโกะรังเกียจยูริโกะและพายุออกมาก่อนที่จะรวบรวมตัวเองและหันหลังกลับ เขาไปกับมิกะที่หมู่บ้านอื่นเพื่อดูศพ ตอนแรกไดโกะไม่สามารถจำเขาได้ แต่รู้สึกผิดเมื่อพนักงานศพท้องถิ่นประมาทกับศพ เขายืนกรานที่จะแต่งมันเอง

Departures

บทของ หนังชนโรงHD เรื่องนี้ดีนะ ภาพยนต์เรื่องนี้ดูแล้วได้แง่คิดดีๆ ที่ว่า เราล้วนแต่อยู่ระหว่างเส้นทางแห่งการเรียนรู้และสำรวจโลก เพราะฉะนั้นควรใช้ช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยวนี้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด นั่นคือ เก็บเกี่ยวความงดงามของช่วงเวลาที่เราได้ใช้ชีวิต และควรตระหนักว่าทุกการเดินทางล้วนมีจุดสิ้นสุดเสมอ วันนี้เราใส่ใจผู้คนรอบข้างที่มีความหมายอย่างเพียงพอแล้วหรือยัง นักแสดงก็ทำได้ดี อยากแนะนำให้ดูกัน

Shoplifters | ครอบครัวที่ลัก (2018)

Shoplifters

Shoplifters | ครอบครัวที่ลัก (2018)

ฮิโรกาซุ โคเรเอดะ (เป็นผู้กำกับภาพยนตร์และนักเขียนบทชาวญี่ปุ่น โดยเขาเริ่มทำงานทางด้านโทรทัศน์และจากนั้นได้มีผลงานกำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงหลายเรื่องโดยเฉพาะการกำกับภาพยนตร์แนวดราม่าเช่น Nobody Knows – อาคิระ แด่หัวใจที่โลกไม่เคยรู้ (2004), Still Walking – วันที่หัวใจก้าวเดิน (2008), After the Storm – รักได้มั้ย พ่อคนนี้ (2016) และ The Third Murdur – กับดักฆาตกรรมครั้งที่ 3 โคโรเอดะ ได้รับรางวัล Jury Prize จากเทศกาลภาพยนตร์กาน ประจำปี 2013 เว็บดูหนัง จากภาพยนตร์เรื่องLike Father, Like Son – พ่อครับ รักผมได้ไหม? และวันนี้ขอแนะนำภาพยนตร์ที่สุดยอดของเขาเรื่อง Shoplifters  ครอบครัวที่ลัก ทำให้เขาได้รับรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์กาน ประจำปี 2018 และรางวัลภาพยนตร์เอเชีย สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

Shoplifters  ครอบครัวที่ลัก  เป็นภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama ในโตเกียว กลุ่มหนึ่งอาศัยอยู่ในความยากจนโอซามู คนงานกลางวันถูกบังคับให้ออกจากงานหลังจากบิดข้อเท้า ภรรยาของเขา โนบุโย ซึ่งทำงานให้กับบริการซักรีดอุตสาหกรรม อากิซึ่งทำงานในสโมสรเจ้าภาพ โชตา เด็กหนุ่ม และฮัตสึเอะ หญิงสูงอายุที่เป็นเจ้าของบ้านและสนับสนุนกลุ่มด้วยเงินบำนาญของสามีที่เสียชีวิตโอซามูและโชตะขโมยของเป็นประจำ โดยใช้ระบบสัญญาณมือในการสื่อสาร โอซามูบอกโชตะว่าก็ดีที่จะขโมยของที่ยังไม่ได้ขาย เพราะมันไม่ได้เป็นของใคร คืนหนึ่งที่หนาวเย็น พวกเขาเห็นยูริ เด็กผู้หญิงในละแวกบ้านที่พวกเขาสังเกตเห็นเป็นประจำ ถูกขังอยู่บนระเบียงอพาร์ทเม้นท์ พวกเขาพาเธอไปที่บ้านของพวกเขา ตั้งใจให้เธออยู่ทานอาหารค่ำเท่านั้น แต่เลือกที่จะไม่คืนเธอหลังจากพบหลักฐานของการถูกทำร้าย

ครอบครัวที่ลัก

ยูริผูกพันกับครอบครัวใหม่ของเธอและเรียนรู้ที่จะขโมยของจากโอซามูและโชตา โอซามูกระตุ้นให้โชตะเห็นเขาเป็นพ่อและยูริเป็นน้องสาวของเขา แต่โชตะไม่เต็มใจ ครอบครัวเรียนรู้ทางโทรทัศน์ว่าหลังจากเกือบสองเดือน ตำรวจกำลังสืบสวนการหายตัวไปของยูริ ซึ่งในช่วงเวลานั้นพ่อแม่ของเธอไม่เคยแจ้งความว่าเธอหายตัวไป ครอบครัวตัดผม เผาเสื้อผ้าเก่า และให้ชื่อใหม่กับเธอหลินแฮตสึเอะไปเยี่ยมลูกชายของสามีของเธอจากชู้สาวซึ่งเธอได้รับเงินเป็นประจำ ลูกชายและภรรยาของเขาเป็นพ่อแม่ของอากิ ซึ่งโกหกว่าลูกสาวของพวกเขาอาศัยอยู่ในออสเตรเลีย ครอบครัวไปเยี่ยมชายหาดและฮัตสึเอะแสดงความพอใจว่าเธอจะไม่ตายอย่างเหงา ที่บ้าน เธอตายตอนหลับ โอซามูและโนบุโยฝังเธอไว้ใต้บ้านและยังคงเก็บเงินบำนาญของเธอโดยไม่แจ้งการตายของเธอ

โอซามูขโมยกระเป๋าจากรถ โชต้าไม่สบายใจ รู้สึกว่าการขโมยนี้ทำลายศีลธรรมของพวกเขา โชตะจำได้ว่าได้เข้าร่วมกับครอบครัวหลังจากโอซามูและโนบุโยพบเขาในรถที่ล็อกไว้ โชตะรู้สึกผิดมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สอนยูริให้ขโมย โชตะขัดจังหวะการขโมยของเธอโดยการขโมยผลไม้จากร้านขายของชำเมื่อคำนึงถึงพนักงาน ถูกกักบริเวณ เขากระโดดจากสะพานและขาหักโชต้าถูกส่งเข้าโรงพยาบาลและถูกกักตัวไว้ โอซามูและโนบุโยดึงดูดความสนใจของตำรวจและถูกจับได้หลังจากพยายามหนีกับยูริและอากิ ทางการค้นพบยูริและการตายของฮัตสึเอะและบอกโชตะว่าครอบครัวจะทิ้งเขา พวกเขาแจ้งให้อากิทราบว่าก่อนหน้านี้โอซามูและโนบุโยได้ฆ่าสามีที่หยาบคายของโนบุโยในอาชญากรรมแห่งความหลงใหลและฮัตสึเอะได้รับเงินจากพ่อแม่ของอากิ

Shoplifters

หลังจากเรา ดูหนังฟรีออนไลน์HD การเคลื่อนไหวของภาพหลายๆ ครั้ง คิดว่าดูสารคดี เพราะด้วยความสมจริงของฉาก ซึ่งขอไม่สปอยล์ แต่พูดได้เลยว่ามันเรียลมาก สำหรับตัวละครโปรดของผู้เขียน คือ โนบุโยะ ที่แสดงโดยคุณอันโด ซากุระ หลายซีนที่ไม่มีคำพูดออกมาจากปาก แต่สามารถพาคนดูให้รู้สึกเจ็บปวดและจุกอกกับปัญหาที่เธอกำลังเผชิญในเรื่องได้ จนลืมไปว่านี่คือการแสดงเวลากว่า 2 ชั่วโมง เรื่องราวค่อยๆ ดำเนินไป ภาพยนตร์ได้นำพาคนดูดื่มด่ำกับความสัมพันธ์อันสมบูรณ์ในสภาพความเป็นอยู่ที่บกพร่อง การเดินของกล้องในหลายๆ ฉาก ยิ่งรู้สึกอิน เพราะการดำเนินของภาพทำให้คนดูรู้สึกว่าตัวเองเป็นหนึ่งในตัวละคร มีส่วนร่วมในการกระทำต่างๆ ของตัวละคร แต่หากไม่ค่อยปลื้มภาพยนตร์แนวสารคดีหรือภาพยนตร์สารคดีเทียม (mockumentary) ที่เน้นความเรียลความสมจริง ก็อาจจะเวียนหัวหรืออึ้งกับหลายๆ ฉากที่บรรยากาศดูไม่ค่อยโสภาสักเท่าไร เรื่องราวดำเนินอย่างช้าๆ เนือยๆ ในช่วงแรกถึงกลางเรื่อง ซึ่งกว่าภาพยนตร์จะพาเราไปสู่จุดไคลแม็กซ์